คำถามที่คนไทยพิมพ์ค้นก่อนไปงานศพมากที่สุดไม่ใช่เรื่องเวลาสวดหรือเส้นทางไปวัด แต่เป็นคำถามที่เริ่มด้วยคำว่าห้าม เช่น คนท้องไปงานศพได้ไหม พาลูกเล็กไปด้วยได้หรือเปล่า ใส่เสื้อสีนี้จะผิดไหม ถ่ายรูปในงานได้หรือไม่ และกลับบ้านแล้วต้องทำอะไรก่อนเข้าประตู ความกังวลเหล่านี้มาจากความเชื่อที่ส่งต่อกันมาหลายรุ่น ซึ่งบางข้อกลายเป็นมารยาทที่ควรทำจริง บางข้อเป็นเพียงธรรมเนียมที่ทำแล้วสบายใจ บทความนี้แยกให้ชัดทีละข้อจากมุมของทีมงานที่ส่งพวงหรีดเข้าออกศาลาวัดในกรุงเทพฯ ทุกวัน เพื่อให้ตัดสินใจได้เองโดยไม่ต้องกังวลว่าจะทำผิดต่อครอบครัวเจ้าภาพ




สั่งผ่าน LINE ได้เลยโทร 082-919-9481
ข้อห้ามงานศพส่วนใหญ่เป็นความเชื่อ ไม่ใช่กฎ ข้อที่ควรทำตามจริงคือเรื่องมารยาท ได้แก่ แต่งกายสีดำหรือสีเข้มสุภาพ สำรวมเสียง ไม่ถ่ายรูปหน้าหีบและใบหน้าญาติ และไม่พูดถามสาเหตุการเสียชีวิต ส่วนข้อห้ามเรื่องคนท้องและเด็กเล็กไปงานศพไม่มีหลักฐานทางการแพทย์รองรับ ไปได้หากจำเป็น เพียงเลือกช่วงเวลาที่คนไม่แน่นและอยู่ไม่นาน ส่วนพิธีล้างหน้าล้างเท้าก่อนเข้าบ้านทำได้ตามความสบายใจ
ข้อห้ามงานศพที่คนถามมากที่สุดมีอะไรบ้าง
ถ้ารวบรวมคำถามที่คนถามกันจริงก่อนไปงานศพ จะพบว่าวนอยู่ราวหกเรื่อง คือคนท้องกับเด็กเล็กไปได้หรือไม่ ใส่เสื้อผ้าสีอะไรได้บ้าง ถ่ายรูปในงานได้ไหม ต้องทำอะไรตอนกลับบ้าน ส่งพวงหรีดมีข้อห้ามอะไร และเจ้าภาพห้ามทำอะไรในช่วงไว้ทุกข์ ทั้งหกเรื่องนี้อยู่คนละชั้นกัน บางเรื่องเป็นมารยาทที่ทุกคนในศาลาเห็นตรงกัน บางเรื่องเป็นความเชื่อที่แต่ละบ้านถือไม่เท่ากัน การแยกสองชั้นนี้ออกจากกันช่วยให้เราตัดสินใจได้เร็วขึ้นมาก
หลักง่ายที่ใช้ได้เกือบทุกสถานการณ์คือ ถ้าเรื่องนั้นกระทบความรู้สึกของครอบครัวเจ้าภาพหรือรบกวนพิธี ให้ถือเป็นข้อที่ต้องทำตาม เช่น การแต่งกาย การสำรวมเสียง และการถ่ายรูป ส่วนเรื่องที่กระทบเฉพาะความสบายใจของตัวเราเอง เช่น การล้างหน้าล้างเท้าก่อนเข้าบ้านหรือการติดเข็มกลัด ให้ถือเป็นเรื่องเลือกได้ ไม่มีใครในงานรู้และไม่มีใครถือสาหากเราไม่ได้ทำ
อีกเรื่องที่มักถูกมองข้ามคือความเชื่อของแต่ละครอบครัวไม่เหมือนกัน บ้านที่มีเชื้อสายจีนอาจถือเรื่องสีของดอกไม้และวันเคลื่อนศพเคร่งกว่าบ้านไทยพุทธทั่วไป ถ้าไม่แน่ใจว่างานนี้ถืออะไรเป็นพิเศษ การถามคนที่แจ้งข่าวหนึ่งประโยคว่ามีอะไรที่ครอบครัวขอความร่วมมือเป็นพิเศษไหม เป็นวิธีที่สุภาพและได้คำตอบตรงที่สุด รายละเอียดของธรรมเนียมที่ต่างกันในแต่ละศาสนาอ่านได้ที่ ส่งพวงหรีดงานศพต่างศาสนา
คนท้องไปงานศพได้ไหม ความเชื่อนี้มาจากไหน
ในทางการแพทย์ไม่มีข้อห้ามใดที่ระบุว่าหญิงตั้งครรภ์ไปงานศพไม่ได้ ความเชื่อที่ส่งต่อกันมาว่าห้ามไปนั้นมีที่มาจากคติเรื่องวิญญาณเร่ร่อนตามสถานที่จัดงาน ซึ่งเชื่อกันว่าอาจตามแม่ที่ตั้งครรภ์กลับบ้านเพื่อมาอาศัยเกิด หรืออาจทำให้เด็กในครรภ์ได้รับผลไม่ดี ความเชื่อลักษณะนี้พบได้ในหลายวัฒนธรรมทั่วโลก ไม่ใช่เฉพาะไทย และไม่เคยมีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์รองรับ
สิ่งที่มีเหตุผลจริงในความเชื่อข้อนี้คือเรื่องสภาพร่างกายและอารมณ์ งานสวดพระอภิธรรมมักจัดตอนหัวค่ำถึงค่ำ ศาลาบางแห่งคนแน่น อากาศร้อน มีกลิ่นธูปและดอกไม้ค่อนข้างแรง ผู้ตั้งครรภ์ที่แพ้กลิ่นง่ายหรือเหนื่อยง่ายจึงอาจไม่สบายตัวได้ อีกทั้งบรรยากาศของงานเป็นความโศกเศร้าซึ่งกระทบอารมณ์ของคนที่กำลังอ่อนไหวได้มากกว่าปกติ ข้อควรระวังจริงจึงเป็นเรื่องสุขภาพ ไม่ใช่เรื่องสิ่งเร้นลับ
ทางออกที่หลายครอบครัวใช้แล้วลงตัวคือไปในช่วงต้นของงาน อยู่ราวครึ่งชั่วโมง เลือกที่นั่งริมทางเดินที่อากาศถ่ายเทและออกได้สะดวก แล้วกลับก่อนพิธีจะจบ หากผู้ใหญ่ในบ้านยังกังวลจนเป็นเรื่องขัดใจกัน อีกทางคือไม่ต้องไปที่ศาลา แต่ไปเยี่ยมครอบครัวผู้วายชนม์ที่บ้านหลังงานเสร็จ ซึ่งเจ้าภาพส่วนใหญ่รู้สึกดีไม่แพ้กัน หรือส่งพวงหรีดพร้อมข้อความไว้อาลัยไปแทนตัว วิธีเขียนข้อความให้เหมาะสมดูได้ที่ ข้อความบนป้ายพวงหรีด
สำหรับคนที่ถือความเชื่อและอยากทำตามธรรมเนียมด้วย คนโบราณแนะให้ติดเข็มกลัดไว้ที่เสื้อ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำได้ ไม่ได้เสียหายอะไร และไม่มีใครในงานสังเกตเห็น การทำตามธรรมเนียมเพื่อให้ใจสบายเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ ตราบใดที่ไม่ได้ทำให้ตัวเองต้องฝืนหรือทำให้เจ้าภาพลำบากใจ
พาเด็กเล็กไปงานศพได้ไหม ต้องระวังอะไร
เด็กเล็กไปงานศพได้ โดยเฉพาะเมื่อผู้วายชนม์เป็นปู่ย่าตายายหรือญาติใกล้ชิด การได้ไปกราบลาเป็นครั้งสุดท้ายมีความหมายกับครอบครัวมาก ความเชื่อที่ว่าเด็กขวัญอ่อนและอาจถูกสิ่งไม่ดีรบกวนนั้นเป็นคติเดียวกับเรื่องคนท้อง สิ่งที่ควรพิจารณาจริงคือเด็กจะนั่งอยู่ได้นานแค่ไหน และเราจะดูแลเขาระหว่างพิธีอย่างไรโดยไม่รบกวนคนอื่น
วิธีที่ใช้ได้ผลคือเลือกที่นั่งท้ายศาลาใกล้ทางออกตั้งแต่แรก เตรียมน้ำและของกินเล่นที่ไม่มีเสียงติดไปด้วย อธิบายกับเด็กก่อนเข้างานสั้น ๆ ว่าเรากำลังจะไปบอกลาใครและต้องพูดเบา ๆ เมื่อเด็กเริ่มงอแงหรือเบื่อ ให้พาออกไปเดินเล่นนอกศาลาสักพักแล้วค่อยกลับเข้าไป ไม่จำเป็นต้องนั่งจนจบพิธี ไม่มีเจ้าภาพคนไหนถือสาเรื่องนี้ เพราะทุกคนเข้าใจธรรมชาติของเด็กดี
เรื่องที่ควรระวังมากกว่าคือการอธิบายกับเด็กหลังงาน เด็กบางคนเห็นผู้ใหญ่ร้องไห้แล้วเก็บไปคิดหรือกลัวการนอนคนเดียวไปหลายวัน การเล่าให้ฟังด้วยภาษาที่ตรงไปตรงมาว่าคนที่เรารักหยุดหายใจแล้วและจะไม่กลับมาอีก ดีกว่าการเลี่ยงว่าไปเที่ยวไกลหรือไปนอนหลับ เพราะคำเลี่ยงเหล่านั้นมักทำให้เด็กสับสนและกลัวการนอนมากขึ้น หากมีคำถามเรื่องพิธีแต่ละช่วงที่เด็กอาจถาม ลำดับงานทั้งหมดอ่านได้ที่ สวดอภิธรรมกี่คืน ลำดับพิธีงานศพไทย
ไปงานศพห้ามใส่สีอะไร แต่งตัวแบบไหนถือว่าไม่เหมาะ
ข้อนี้ไม่ใช่ความเชื่อ แต่เป็นมารยาทที่ควรทำตามจริง สีที่เหมาะที่สุดคือดำล้วน รองลงมาคือสีเข้มสุภาพอย่างเทาเข้ม กรมท่า หรือน้ำตาลเข้ม บางงานเจ้าภาพขอความร่วมมือให้แต่งขาวหรือแต่งชุดไทย ซึ่งจะระบุไว้ในข้อความแจ้งข่าว สิ่งที่ควรเลี่ยงคือสีแดง สีชมพูสด สีส้ม และลายดอกใหญ่ เพราะเป็นโทนของงานรื่นเริงที่ตัดกับบรรยากาศของงานอย่างชัดเจน
นอกจากสีแล้ว ทรงของเสื้อผ้าก็สำคัญไม่แพ้กัน เสื้อสายเดี่ยว เสื้อเอวลอย กางเกงขาสั้น กระโปรงสั้นเหนือเข่ามาก และรองเท้าแตะแบบหนีบ ล้วนเป็นสิ่งที่เห็นแล้วรู้สึกไม่เข้ากับงาน ส่วนเครื่องประดับควรเลือกชิ้นเรียบ ไม่แวววาวสะดุดตา ถ้ามาจากที่ทำงานโดยตรงและไม่มีเวลาเปลี่ยนชุด เสื้อเชิ้ตสีเข้มกับกางเกงหรือกระโปรงสีดำถือว่าให้เกียรติงานแล้ว ตัวอย่างการเลือกชุดในสถานการณ์ต่าง ๆ รวมถึงกรณีคนท้องและเด็ก อ่านเพิ่มได้ที่ ไปงานศพใส่ชุดอะไร
สำหรับพิธีวันแรกอย่างการรดน้ำศพ ธรรมเนียมการแต่งกายเข้มกว่าคืนสวดทั่วไปเล็กน้อย เพราะเป็นช่วงที่ญาติสนิทมากันพร้อมหน้าและมีการเข้าแถวรดน้ำที่มือของผู้วายชนม์ รายละเอียดของพิธีวันแรกและเวลาที่ควรไปถึงอยู่ที่ พิธีรดน้ำศพ เริ่มกี่โมง ทำอย่างไร
ถ่ายรูปในงานศพได้ไหม ถ่ายพวงหรีดผิดมารยาทหรือเปล่า
เรื่องนี้เป็นคำถามที่ทีมงานเจอบ่อยที่สุดจากลูกค้าที่สั่งพวงหรีด เพราะหลายคนอยากได้ภาพยืนยันว่าพวงหรีดของตนไปตั้งอยู่หน้าศาลาจริง แต่ก็กลัวว่าการยกกล้องขึ้นถ่ายในงานจะดูไม่งาม คำตอบจากประสบการณ์หน้างานคือถ่ายได้ ถ้าถ่ายให้ถูกจุดและถูกจังหวะ สิ่งที่ถ่ายได้โดยไม่มีใครถือสาคือพวงหรีดของตัวเอง ป้ายชื่อบนพวงหรีด และภาพมุมกว้างของศาลาในช่วงที่ยังไม่เริ่มพิธี
สิ่งที่ไม่ควรถ่ายคือใบหน้าของผู้วายชนม์ หน้าหีบศพในระยะใกล้ ใบหน้าญาติที่กำลังร้องไห้ และภาพระหว่างที่พระกำลังสวด การใช้แฟลชในศาลาถือเป็นเรื่องที่รบกวนมากที่สุด ควรปิดไว้ตั้งแต่ก่อนเข้างาน หากต้องการภาพเพื่อส่งให้ผู้ใหญ่หรือหน่วยงานที่ฝากมา ให้ถ่ายก่อนพิธีเริ่มหรือหลังพิธีเลิก ซึ่งเป็นช่วงที่คนกำลังทยอยเข้าออกอยู่แล้ว
ทีมงานที่ไปวางพวงหรีดจะถ่ายรูปตอนวางเสร็จส่งกลับให้ผู้สั่งทุกครั้ง ซึ่งเป็นวิธีที่สุภาพกว่าการให้ผู้สั่งไปถ่ายเอง เพราะทีมงานเข้าไปในช่วงบ่ายถึงเย็นก่อนงานเริ่ม เป็นเวลาที่ศาลายังว่างและไม่รบกวนใคร ผู้ที่ส่งพวงหรีดในนามหน่วยงานและต้องใช้ภาพประกอบการเบิกจ่ายจึงไม่จำเป็นต้องไปถึงงานเอง รายละเอียดขั้นตอนสำหรับองค์กรอยู่ที่ สั่งพวงหรีดในนามบริษัท
กลับจากงานศพต้องทำอะไรก่อนเข้าบ้าน
ธรรมเนียมที่คนไทยทำกันมานานคือไม่เดินเข้าบ้านทันที แต่ล้างหน้า ล้างมือ และล้างเท้าก่อนก้าวข้ามธรณีประตู คนโบราณจะเตรียมน้ำสะอาดใส่ขันแล้วใส่ใบทับทิมลงไป บางบ้านใช้กิ่งมะนาวที่มีใบเจ็ดใบแทน โดยเชื่อว่าเป็นการชำระสิ่งอัปมงคลไม่ให้ติดเข้าบ้าน อีกข้อที่ได้ยินบ่อยคือให้แวะที่อื่นสักจุดระหว่างทางกลับ เช่น ร้านสะดวกซื้อหรือปั๊มน้ำมัน ตามคติเรื่องการตัดทางไม่ให้สิ่งไม่ดีตามกลับถึงบ้าน
ในมุมที่จับต้องได้ ธรรมเนียมชุดนี้ตรงกับหลักสุขอนามัยพอดี งานศพเป็นสถานที่ที่คนหนาแน่น มีการจับมือทักทาย มีควันธูปและฝุ่น การล้างมือล้างหน้า อาบน้ำ และเปลี่ยนเสื้อผ้าเมื่อกลับถึงบ้านจึงเป็นสิ่งที่ควรทำอยู่แล้วโดยไม่ต้องอ้างความเชื่อ หลายบ้านแยกซักเสื้อผ้าชุดที่ใส่ไปในวันนั้นเลย ซึ่งก็เป็นการจัดการที่สะอาดและไม่ได้ยุ่งยาก
สำหรับคนที่ไม่ได้ถือเรื่องนี้ การกลับบ้านแล้วอาบน้ำตามปกติก็เพียงพอ ไม่มีธรรมเนียมใดบังคับ และไม่มีผลต่อความเคารพที่เรามีต่อผู้วายชนม์ สิ่งที่มีความหมายมากกว่าพิธีชำระล้างคือการตั้งจิตอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ที่จากไปสักครู่ก่อนนอน ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำได้ทุกคืนตลอดช่วงงาน ที่มาของคติเรื่องวิญญาณและสิ่งเร้นลับในวัฒนธรรมไทยอ่านประกอบได้ที่Ghosts in Thai cultureบนวิกิพีเดีย
ส่งพวงหรีดมีข้อห้ามอะไรบ้าง
เรื่องแรกคือสี พวงหรีดงานพุทธนิยมโทนขาว ขาวเขียว หรือขาวผสมเหลืองอ่อนและครีม ส่วนงานที่ครอบครัวมีเชื้อสายจีนจะถือเรื่องสีเคร่งกว่า ควรเลี่ยงโทนแดงและชมพูสดซึ่งเป็นสีของงานมงคล ถ้าผู้วายชนม์เป็นผู้สูงอายุที่อายุยืนมาก บางครอบครัวกลับนิยมโทนสว่างขึ้นเพราะถือว่าเป็นงานที่ส่งด้วยความยินดีในบุญ กรณีแบบนี้เจ้าภาพมักบอกไว้ล่วงหน้า
เรื่องที่สองคือข้อความบนป้าย คำที่พูดถึงภพหน้าอย่างขอให้ไปสู่สุคติใช้ได้กับงานพุทธและงานจีน แต่ไม่เหมาะกับงานคริสต์ ส่วนคำกลางที่ใช้ได้กับทุกงานคือคำที่พูดถึงความรู้สึกของผู้ส่ง เช่น ด้วยความอาลัยยิ่ง หรือ ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง อีกข้อที่มักพลาดคือชื่อผู้ส่งที่คลุมเครือจนครอบครัวอ่านแล้วไม่รู้ว่าใคร ทั้งที่เจ้าภาพส่วนใหญ่จะจดรายชื่อไว้เพื่อขอบคุณภายหลัง
| สิ่งที่กังวล | ทำได้หรือไม่ | เหตุผล | ทางที่แนะนำ |
|---|---|---|---|
| ส่งพวงหรีดทั้งที่ไม่ได้ไปงาน | ทำได้ | พวงหรีดคือตัวแทนของผู้ส่ง | แจ้งชื่อวัดและเลขศาลาให้ครบ |
| ส่งแทนคนอื่นหรือส่งเป็นกลุ่ม | ทำได้ | ป้ายระบุชื่อกลุ่มได้ตามต้องการ | ใช้ชื่อกลุ่มที่ครอบครัวรู้จัก |
| ส่งวันสุดท้ายหรือวันเผา | ไม่แนะนำ | ทีมงานกำลังจัดพื้นที่และเคลื่อนศพ | ส่งให้ถึงก่อนสวดคืนแรก |
| ใช้โทนสีแดงหรือชมพูสด | ไม่แนะนำ | เป็นโทนของงานมงคล | ใช้โทนขาวหรือขาวเขียว |
| เขียนคำอวยพรแบบงานทั่วไป | ไม่ควร | ผิดบริบทของงานอย่างชัดเจน | ใช้คำไว้อาลัยมาตรฐาน |
เรื่องที่สามคือเวลา พวงหรีดควรไปถึงก่อนพิธีสวดคืนแรกเริ่ม ซึ่งวัดในกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่เริ่มราวหนึ่งทุ่ม เพราะพวงหรีดจะได้ตั้งอยู่หน้าศาลาให้ครอบครัวและแขกเห็นตลอดทุกคืน ส่วนวันฌาปนกิจไม่ใช่วันที่เหมาะกับการส่ง วิธีจับเวลาสั่งแบบละเอียดรวมถึงกรณีที่รู้ข่าวตอนเย็นอ่านได้ที่ สั่งพวงหรีดให้ทันงานสวด และแบบพร้อมช่วงราคาดูได้ที่ พวงหรีดดอกไม้สด กับ พวงหรีดพัดลม
เจ้าภาพและญาติมีข้อห้ามอะไรที่ต้องรู้
ฝั่งเจ้าภาพมีธรรมเนียมที่ถือกันมากกว่าฝั่งผู้ไปร่วมงาน ข้อที่พบบ่อยคือการงดจัดงานมงคลในครอบครัวระหว่างช่วงไว้ทุกข์ เช่น งานแต่งงานหรืองานขึ้นบ้านใหม่ ซึ่งบางบ้านถือหนึ่งร้อยวัน บางบ้านถือถึงหนึ่งปี ข้อนี้ไม่ใช่กฎ แต่เป็นการให้เกียรติผู้ที่เพิ่งจากไปและเป็นการรักษาความรู้สึกของญาติผู้ใหญ่ในบ้าน ครอบครัวที่มีเหตุจำเป็นจริงมักปรึกษาพระหรือผู้ใหญ่ในตระกูลก่อนตัดสินใจ
อีกข้อที่ได้ยินบ่อยคือเรื่องการแต่งกายไว้ทุกข์ของญาติสายตรงตลอดช่วงงาน และการไม่รีบแจกจ่ายหรือทิ้งของใช้ส่วนตัวของผู้วายชนม์ในทันที ซึ่งข้อหลังมีเหตุผลทางความรู้สึกรองรับ เพราะการตัดสินใจในช่วงที่ยังเสียใจมักตามมาด้วยความเสียดายภายหลัง หลายครอบครัวเลือกเก็บของไว้ก่อนแล้วค่อยจัดการหลังทำบุญร้อยวัน ซึ่งเป็นจังหวะที่ทุกคนพร้อมมากกว่า
ส่วนเรื่องที่เจ้าภาพควรวางแผนมากกว่ากังวลคือลำดับงานและงบประมาณ เพราะสิ่งที่ทำให้ครอบครัวเหนื่อยที่สุดในทางปฏิบัติคือการตัดสินใจหลายเรื่องพร้อมกันภายในวันเดียว ตั้งแต่จองศาลา นิมนต์พระ เลือกหีบ ไปจนถึงจัดอาหารว่าง ขั้นตอนติดต่อวัดและคำถามที่ควรถามตั้งแต่วันแรกอยู่ที่ จองศาลาวัดจัดงานศพในกรุงเทพฯ ส่วนการวางงบแต่ละหมวดอยู่ที่ ค่าใช้จ่ายงานศพในกรุงเทพฯ
ความเชื่อข้อไหนไม่ต้องกังวล และควรยึดอะไรแทน
ความเชื่อที่ไม่จำเป็นต้องกังวลคือกลุ่มที่ไม่มีใครในงานรับรู้และไม่กระทบเจ้าภาพ เช่น เรื่องการติดเข็มกลัด การแวะระหว่างทางกลับ หรือการเลือกวันที่จะไปงานตามฤกษ์ส่วนตัว ทำก็ได้ไม่ทำก็ได้ ส่วนความเชื่อที่ควรเปลี่ยนมุมมองคือเรื่องการห้ามคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งไปงาน เพราะหลายครั้งทำให้คนที่ควรได้ไปกราบลาเป็นครั้งสุดท้ายพลาดโอกาสนั้นไปและเสียดายไปตลอด
| เรื่อง | สถานะ | ผลถ้าไม่ทำตาม | สิ่งที่ควรยึดแทน |
|---|---|---|---|
| แต่งกายสีดำหรือสีเข้ม | มารยาทที่ควรทำ | สะดุดตาและดูไม่ให้เกียรติ | ยึดตามที่เจ้าภาพแจ้งเป็นหลัก |
| สำรวมเสียงและปิดเสียงโทรศัพท์ | มารยาทที่ควรทำ | รบกวนพิธีและคนรอบข้าง | คุยธุระนอกศาลาเสมอ |
| ไม่ถ่ายหน้าหีบและใบหน้าญาติ | มารยาทที่ควรทำ | ครอบครัวรู้สึกถูกละเมิด | ถ่ายเฉพาะพวงหรีดของตัวเอง |
| ห้ามคนท้องและเด็กเล็กไปงาน | ความเชื่อ | ไม่มีผลใด นอกจากความสบายใจ | ดูความพร้อมของร่างกายเป็นหลัก |
| ล้างหน้าล้างเท้าก่อนเข้าบ้าน | ความเชื่อ | ไม่มีผลใด | อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าตามปกติ |
สิ่งที่ควรยึดแทนความกังวลเรื่องข้อห้ามคือสามอย่างที่เจ้าภาพรู้สึกได้จริง หนึ่งคือการมาถึงและอยู่ให้ครอบครัวเห็นสักครู่ สองคือคำพูดสั้น ๆ ที่ไม่ซักถามสาเหตุการเสียชีวิต และสามคือการช่วยงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ถ้าเป็นคนสนิท เช่น ช่วยรับแขกหรือช่วยดูของ ตัวอย่างคำพูดที่ใช้ได้จริงทั้งการพูดหน้างานและการพิมพ์ในไลน์อยู่ที่ คำแสดงความเสียใจ พูดและพิมพ์อย่างไร และภาพรวมมารยาทตั้งแต่เดินเข้าศาลาจนกลับอยู่ที่ มารยาทและวิธีส่งพวงหรีดงานศพ
ถ้าไปงานศพไม่ได้จริง ๆ ควรทำอย่างไรให้เหมาะสม
คนจำนวนมากไปงานไม่ได้ด้วยเหตุผลที่ควบคุมไม่ได้ ทั้งติดงานต่างจังหวัด อยู่ต่างประเทศ ป่วย หรือกำลังตั้งครรภ์และผู้ใหญ่ในบ้านไม่สบายใจ สิ่งที่ทำได้และเจ้าภาพรับรู้เสมอคือส่งพวงหรีดพร้อมข้อความไว้อาลัยไปตั้งที่ศาลา เพราะพวงหรีดทำหน้าที่แทนตัวเราในงานอย่างตรงไปตรงมา และครอบครัวจะเห็นชื่อผู้ส่งทุกคืนที่มีพิธี
อีกทางที่ทำควบคู่กันได้คือส่งซองแสดงน้ำใจผ่านคนที่ไปงานแทน โดยเขียนชื่อผู้ส่งหน้าซองให้ชัดเพื่อให้ครอบครัวบันทึกได้ถูก จำนวนเงินที่เหมาะสมตามความสัมพันธ์และวิธีเขียนหน้าซองอ่านได้ที่ ซองงานศพใส่เท่าไหร่ และหากพลาดทั้งงานจริง ๆ การไปเยี่ยมครอบครัวหลังงานเสร็จสักครั้ง หรือไปร่วมทำบุญเจ็ดวันหรือร้อยวัน เป็นสิ่งที่ครอบครัวจดจำได้ไม่แพ้การมาในคืนสวด
ทีมงาน Bangkok Wreath จัดพวงหรีดดอกไม้สดใหม่ทุกวันและส่งถึงศาลาวัดทั่วกรุงเทพฯ ภายใน 2 ถึง 3 ชั่วโมง หากไม่แน่ใจว่างานนี้ควรใช้โทนสีหรือข้อความแบบไหน ทักมาบอกเพียงชื่อวัด เลขศาลา วันเวลาที่ต้องการให้ถึง และความสัมพันธ์ของผู้ส่งกับผู้วายชนม์ ทีมงานจะช่วยตรวจถ้อยคำและเลือกโทนดอกไม้ให้เหมาะกับธรรมเนียมของงาน ส่งรูปจริงให้ดูก่อนออกจากร้านและถ่ายรูปตอนวางหน้าศาลากลับมาให้ทุกครั้ง รายชื่อวัดที่เราส่งบ่อยดูได้ที่ พวงหรีดตามวัดในกรุงเทพฯ ขั้นตอนสั่งทั้งหมดอยู่ที่ วิธีสั่งพวงหรีด และช่วงราคาทุกประเภทเทียบกันได้ที่ หน้าราคาพวงหรีด
อ่านต่อเรื่องที่เกี่ยวข้อง มารยาทและวิธีส่งพวงหรีดงานศพ และ ไปงานศพใส่ชุดอะไร
ตรวจสอบข้อมูลโดยทีมงาน Bangkok Wreath · จัดพวงหรีดส่งวัดในกรุงเทพฯ มากกว่า 1,000 งาน · อัปเดตล่าสุด กันยายน 2569
คำถามที่พบบ่อย
คนท้องไปงานศพได้ไหม
ไปได้ ไม่มีข้อห้ามทางการแพทย์ ความเชื่อที่ห้ามไว้มาจากคติเรื่องวิญญาณตามกลับบ้านซึ่งไม่มีหลักฐานรองรับ สิ่งที่ควรระวังจริงคือสภาพร่างกายและอารมณ์ เพราะศาลามักแออัด อากาศร้อน และมีกลิ่นธูปแรง แนะให้ไปช่วงต้นงาน อยู่ราวครึ่งชั่วโมง นั่งริมทางเดินที่ออกได้สะดวก หากผู้ใหญ่ในบ้านกังวลมาก เลือกไปเยี่ยมครอบครัวหลังงานหรือส่งพวงหรีดแทนได้
พาเด็กเล็กไปงานศพได้ไหม
พาไปได้ โดยเฉพาะเมื่อผู้วายชนม์เป็นญาติใกล้ชิดและเด็กควรได้กราบลา ควรนั่งท้ายศาลาใกล้ทางออก เตรียมน้ำและของกินเล่นที่ไม่มีเสียง อธิบายก่อนเข้างานว่าต้องพูดเบา และพาออกไปเดินเล่นเมื่อเด็กเริ่มงอแง ไม่จำเป็นต้องนั่งจนจบพิธี หลังงานควรอธิบายเรื่องการจากไปด้วยภาษาตรงไปตรงมา ไม่เลี่ยงว่าไปนอนหลับ
ไปงานศพห้ามใส่สีอะไร
เลี่ยงสีแดง ชมพูสด ส้ม และลายดอกใหญ่ ซึ่งเป็นโทนของงานรื่นเริง สีที่เหมาะคือดำล้วน หรือสีเข้มสุภาพอย่างเทาเข้ม กรมท่า น้ำตาลเข้ม บางงานเจ้าภาพขอให้แต่งขาวหรือชุดไทยซึ่งจะระบุไว้ในข้อความแจ้งข่าว นอกจากสีแล้วควรเลี่ยงเสื้อสายเดี่ยว กางเกงขาสั้น กระโปรงสั้นมาก และรองเท้าแตะแบบหนีบ
ถ่ายรูปในงานศพได้ไหม
ถ่ายได้ถ้าถูกจุดและถูกจังหวะ สิ่งที่ถ่ายได้คือพวงหรีดของตัวเอง ป้ายชื่อบนพวงหรีด และภาพมุมกว้างของศาลาก่อนพิธีเริ่ม สิ่งที่ไม่ควรถ่ายคือใบหน้าผู้วายชนม์ หน้าหีบระยะใกล้ ใบหน้าญาติที่กำลังร้องไห้ และภาพระหว่างพระสวด ควรปิดแฟลชตั้งแต่ก่อนเข้างานเพราะเป็นสิ่งที่รบกวนมากที่สุด
กลับจากงานศพต้องล้างหน้าล้างเท้าจริงไหม
เป็นธรรมเนียมความเชื่อ ไม่ใช่ข้อบังคับ คนโบราณใช้น้ำใส่ใบทับทิมหรือกิ่งมะนาวเจ็ดใบล้างหน้า มือ และเท้าก่อนเข้าบ้าน เพื่อชำระสิ่งอัปมงคล ในทางปฏิบัติการอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า และแยกซักชุดที่ใส่ไปก็เพียงพอแล้วทั้งเรื่องความสะอาดและความสบายใจ ไม่ทำก็ไม่มีผลต่อความเคารพที่มีต่อผู้วายชนม์
ส่งพวงหรีดมีข้อห้ามอะไรบ้าง
สามเรื่องหลักคือสี ข้อความ และเวลา งานพุทธและงานจีนนิยมโทนขาว ขาวเขียว หรือขาวผสมเหลืองอ่อน เลี่ยงแดงและชมพูสด ข้อความควรเป็นคำไว้อาลัยที่เหมาะกับศาสนาของงาน โดยคำที่พูดถึงภพหน้าไม่เหมาะกับงานคริสต์ ส่วนเวลาควรให้ถึงก่อนพิธีสวดคืนแรกซึ่งวัดในกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่เริ่มราวหนึ่งทุ่ม ไม่ควรส่งเช้าวันฌาปนกิจ