คนที่ไปงานศพครั้งแรกมักสะดุดตรงช่วงเดียวกันเสมอ คือตอนที่เจ้าหน้าที่ยื่นดอกไม้เล็ก ๆ สีน้ำตาลอ่อนให้ที่เชิงบันไดเมรุ แล้วไม่แน่ใจว่าต้องถืออย่างไร วางตรงไหน และต้องพูดอะไรหรือไม่ ดอกไม้ดอกนั้นคือดอกไม้จันทน์ ซึ่งเป็นของที่ใช้เฉพาะในวันฌาปนกิจเท่านั้น ไม่ใช่ของที่ใช้ในคืนสวดพระอภิธรรม บทความนี้อธิบายว่าดอกไม้จันทน์คืออะไร ทำจากอะไร วางอย่างไรให้ถูกลำดับ ความเชื่อที่คนไทยถือกันจริงในเรื่องนี้ และต่างจากพวงหรีดที่เราส่งกันอย่างไร




สั่งผ่าน LINE ได้เลยโทร 082-919-9481
ดอกไม้จันทน์คือดอกไม้ประดิษฐ์ที่ใช้วางเคารพศพก่อนพิธีเผาในวันฌาปนกิจ เดิมทำจากเนื้อไม้จันทน์หอมที่ไสเป็นแผ่นบางแล้วดัดเป็นกลีบ ปัจจุบันใช้ไม้ชนิดอื่น เปลือกข้าวโพด หรือกระดาษสาแทน แขกที่มาร่วมงานไม่ต้องเตรียมมาเอง เพราะเจ้าภาพจัดไว้ให้ที่ทางขึ้นเมรุ ธรรมเนียมสำคัญคือรับมาเองและไม่ส่งต่อให้ผู้อื่น
ดอกไม้จันทน์คืออะไร และใช้ตอนไหนของงานศพ
ดอกไม้จันทน์คือดอกไม้ประดิษฐ์ขนาดเล็ก ยาวราวหนึ่งคืบ มีก้านสำหรับถือ ใช้สำหรับวางเคารพศพเป็นครั้งสุดท้ายก่อนประกอบพิธีเผาในวันฌาปนกิจ ในทางปฏิบัติดอกไม้จันทน์ทำหน้าที่แทนฟืนไม้หอมที่คนสมัยก่อนนำมาวางบนกองฟอนเพื่อช่วยกลบกลิ่นและเป็นเชื้อไฟ เมื่อการเผาเปลี่ยนมาใช้เตาในเมรุ ธรรมเนียมการนำไม้หอมมาวางจึงย่อขนาดลงเหลือเป็นดอกไม้เล็ก ๆ ที่ทุกคนถือขึ้นไปวางได้สะดวก แต่ความหมายเดิมยังอยู่ครบ คือการร่วมส่งผู้วายชนม์ด้วยมือของตนเอง
จุดที่หลายคนเข้าใจสลับกันคือช่วงเวลาที่ใช้ ดอกไม้จันทน์ใช้เฉพาะวันสุดท้ายของงานซึ่งเป็นวันฌาปนกิจเท่านั้น ส่วนคืนสวดพระอภิธรรมก่อนหน้านั้นไม่มีการวางดอกไม้จันทน์ แขกเพียงมาร่วมฟังสวด วางซอง และลงชื่อ หากยังไม่แน่ใจว่างานที่จะไปอยู่ช่วงไหนของพิธี อ่านลำดับทั้งงานได้ที่ สวดอภิธรรมกี่คืนและลำดับพิธีงานศพไทย ซึ่งไล่ตั้งแต่วันรดน้ำศพจนถึงวันเก็บอัฐิ จะช่วยให้วางแผนได้ว่าควรไปวันไหนและต้องเตรียมอะไรบ้าง
ดอกไม้จันทน์ทำจากอะไร และทำไมถึงเรียกว่าไม้จันทน์
ชื่อดอกไม้จันทน์มาจากวัสดุดั้งเดิม คือเนื้อไม้ของต้นจันทน์หอม ไม้ยืนต้นที่ให้กลิ่นหอมอ่อนเมื่อแห้ง มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Mansonia gagei ขึ้นตามป่าเขาหินปูนในภาคกลางและภาคใต้ของไทย ช่างจะนำเนื้อไม้มาไสเป็นแผ่นบางเฉียบ แล้วดัดขึ้นรูปเป็นกลีบประกอบเข้ากับก้าน ได้ดอกที่มีกลิ่นหอมจาง ๆ ตามธรรมชาติโดยไม่ต้องแต่งกลิ่นเพิ่ม ไม้ชนิดนี้เป็นไม้หวงห้ามและหายากขึ้นทุกปี จึงเหลือใช้เฉพาะงานสำคัญระดับพระราชพิธีเป็นหลัก
ดอกไม้จันทน์ที่พบในงานทั่วไปทุกวันนี้จึงทำจากวัสดุอื่นที่หาได้ง่ายกว่า ที่พบบ่อยคือไม้เนื้ออ่อนย้อมสีให้ใกล้เคียงไม้จันทน์ เปลือกข้าวโพดแห้ง กระดาษสา และผ้าใยสังเคราะห์ที่ขึ้นรูปเป็นกลีบได้เหมือนกัน บางแห่งเพิ่มการอบกลิ่นไม้หอมเข้าไปเพื่อคงบรรยากาศเดิมไว้ วัสดุที่ต่างกันไม่ได้ทำให้ความหมายของพิธีเปลี่ยน เพราะสิ่งที่พิธีให้ค่าคือการที่ผู้มาร่วมงานเดินขึ้นไปวางด้วยตัวเอง ไม่ใช่มูลค่าของดอกไม้ อย่างไรก็ดี งานที่ต้องการความเรียบร้อยเป็นพิเศษมักสั่งดอกไม้จันทน์ที่ทำมือและมีขนาดสม่ำเสมอกันทั้งงาน
ดอกไม้จันทน์มีกี่แบบ และแต่ละแบบเหมาะกับงานแบบไหน
เมื่อดูจากที่ใช้จริงในกรุงเทพฯ ดอกไม้จันทน์แบ่งได้ตามวัสดุและงานฝีมือ ซึ่งส่งผลต่อทั้งราคาต่อดอกและจำนวนที่เจ้าภาพต้องสั่ง ตารางด้านล่างสรุปแบบที่พบบ่อยเพื่อให้เจ้าภาพประเมินได้ว่าควรเตรียมแบบใดและจำนวนเท่าไร
| แบบ | วัสดุ | ลักษณะเด่น | มักใช้ในงาน |
|---|---|---|---|
| ไม้จันทน์หอมแท้ | เนื้อไม้จันทน์หอม | หอมตามธรรมชาติ หายาก | พระราชพิธีและงานสำคัญ |
| ไม้ไสย้อมสี | ไม้เนื้ออ่อน | ใกล้เคียงของเดิม ทรงคงรูป | งานทั่วไปที่ต้องการความเรียบร้อย |
| เปลือกข้าวโพด | เปลือกข้าวโพดแห้ง | ขึ้นรูปกลีบได้สวย ราคาย่อมเยา | งานชุมชนและงานขนาดกลาง |
| กระดาษสา | กระดาษสาย้อมสี | เบา ทำจำนวนมากได้เร็ว | งานที่มีแขกจำนวนมาก |
| ดอกดารารัตน์ประดิษฐ์ | ผ้าหรือกระดาษ | ทรงดอกแตรชัดเจน จำง่าย | งานที่ทำตามแบบพระราชพิธี |
จำนวนที่ควรเตรียมคิดจากแขกที่คาดว่าจะมาร่วมในวันเผาเป็นหลัก ไม่ใช่จำนวนแขกรวมทั้งงาน เพราะวันฌาปนกิจมักมีคนมามากกว่าคืนสวดปกติหนึ่งเท่าตัว เจ้าภาพส่วนใหญ่เผื่อไว้ราวหนึ่งร้อยถึงสองร้อยดอกสำหรับงานขนาดกลาง และให้ทางวัดหรือร้านจัดงานเป็นผู้เตรียมพร้อมกับพานสำหรับวาง หากงานจัดที่วัดที่รับงานเป็นประจำ ทางวัดมักมีชุดมาตรฐานให้อยู่แล้วโดยคิดรวมในค่าบำรุงสถานที่
แขกที่ไปร่วมงานต้องเตรียมดอกไม้จันทน์ไปเองไหม
ไม่ต้องเตรียมไปเอง และไม่ควรซื้อไปเองด้วย เพราะดอกไม้จันทน์เป็นของที่เจ้าภาพหรือทางวัดจัดเตรียมไว้ให้ทั้งงาน วางไว้ในพานหรือถาดตรงทางขึ้นเมรุ พร้อมเจ้าหน้าที่หรือญาติคอยส่งให้ผู้ที่ต่อแถวขึ้นไป การนำดอกไม้จันทน์ของตัวเองไปงานจึงผิดธรรมเนียมและทำให้เจ้าภาพลำบากใจ สิ่งที่แขกควรเตรียมไปมีเพียงสามอย่าง คือชุดสุภาพโทนดำหรือขาวดำ ซองสำหรับร่วมทำบุญตามกำลัง และเวลาที่เผื่อไว้ให้ทันช่วงพิธี
ความสับสนเรื่องนี้มักเกิดกับคนที่ตั้งใจจะแสดงน้ำใจให้มากกว่าปกติ ซึ่งวิธีที่ตรงธรรมเนียมกว่าคือส่งพวงหรีดไปตั้งที่ศาลาตั้งแต่คืนสวด แล้วมาร่วมวางดอกไม้จันทน์ในวันเผาตามปกติ สองอย่างนี้เป็นคนละส่วนกันและไม่ทับซ้อนกัน หากยังไม่แน่ใจว่าควรเตรียมตัวอย่างไรสำหรับงานที่จะไป อ่านรายละเอียดเรื่องการวางตัวและสิ่งที่ควรทำได้ที่ มารยาทงานศพและวิธีส่งพวงหรีด และเรื่องเครื่องแต่งกายที่ ไปงานศพใส่ชุดอะไร
วางดอกไม้จันทน์อย่างไรให้ถูกลำดับในวันฌาปนกิจ
ลำดับจริงหน้างานเรียบง่ายกว่าที่คนกังวลกันมาก เริ่มจากรอให้พิธีช่วงกลางวันเสร็จก่อน คือทำบุญเลี้ยงพระและฟังพระธรรมเทศนา จากนั้นจึงเคลื่อนศพขึ้นเมรุและเปิดให้แขกขึ้นวางดอกไม้จันทน์ เมื่อถึงคิว ให้รับดอกไม้จันทน์จากเจ้าหน้าที่ ถือด้วยสองมือระดับอก เดินขึ้นบันไดตามแถว วางดอกไม้ลงบนพานหรือจุดที่จัดไว้ใต้หีบ ยกมือไหว้หนึ่งครั้ง แล้วเดินลงทางที่กำหนดโดยไม่ย้อนสวนคนที่กำลังขึ้น ทั้งหมดใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีต่อคน
ระหว่างวางไม่ต้องกล่าวอะไรออกเสียง หลายคนตั้งจิตในใจสั้น ๆ เพื่อขอขมาและอโหสิกรรมต่อผู้วายชนม์ ซึ่งเป็นความหมายที่คนไทยผูกไว้กับการวางดอกไม้จันทน์มาแต่เดิม ข้อควรระวังที่พบบ่อยคือการวางซ้อนกันเป็นกองสูงจนเจ้าหน้าที่ต้องมาจัดใหม่ และการหยุดถ่ายรูปบนเมรุซึ่งทำให้แถวติดขัด หากมากันเป็นกลุ่มใหญ่ ควรทยอยขึ้นทีละไม่กี่คนเพื่อให้แถวเดินได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะงานที่มีแขกหลายร้อยคนซึ่งช่วงวางดอกไม้จันทน์อาจกินเวลาเกินครึ่งชั่วโมง
ทำไมคนไทยห้ามหยิบยื่นดอกไม้จันทน์ให้กัน และห้ามชมว่าสวย
ธรรมเนียมที่ได้ยินกันบ่อยที่สุดคือห้ามหยิบดอกไม้จันทน์ส่งต่อให้ผู้อื่น เหตุผลที่คนรุ่นก่อนอธิบายไว้คือการยื่นดอกไม้จันทน์ให้กันเปรียบเหมือนการยื่นความตายให้อีกฝ่าย จึงให้ต่างคนต่างรับมาเองจากพานหรือจากเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่นี้โดยตรง อีกข้อคือไม่นิยมเอ่ยชมว่าดอกไม้จันทน์สวย เพราะถือกันว่าเป็นการแสดงความอยากได้สิ่งที่ผูกกับงานอวมงคล ซึ่งอาจเป็นลางไม่ดีต่อผู้ที่เอ่ยเอง
ในทางปฏิบัติ ข้อห้ามเหล่านี้ไม่ใช่กฎที่เคร่งครัดถึงขั้นทำให้พิธีเสียหาย และไม่มีใครตำหนิผู้ที่ทำไปโดยไม่ทราบ แต่การรู้ไว้ช่วยให้วางตัวได้กลมกลืนกับคนส่วนใหญ่ในงาน โดยเฉพาะเมื่อไปงานของครอบครัวที่ถือธรรมเนียมเดิมค่อนข้างมาก หลักคิดที่ใช้ได้กับทุกกรณีคือทำตามที่คนหน้าแถวทำ และหลีกเลี่ยงการหยิบจับสิ่งของในพิธีเกินความจำเป็น เท่านี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับพิธีแบบไทย
ดอกไม้จันทน์ต่างจากพวงหรีดและดอกไม้หน้าหีบอย่างไร
ทั้งสามอย่างเป็นดอกไม้ในงานเดียวกันแต่ทำคนละหน้าที่ ดอกไม้จันทน์เป็นของที่แขกทุกคนใช้ร่วมกันในพิธีวันเผา เจ้าภาพเป็นผู้เตรียม และมีอายุการใช้งานเพียงช่วงพิธีเดียว ส่วนพวงหรีดเป็นของที่ผู้ส่งจากภายนอกสั่งไปตั้งหน้าศาลาในนามของตนเอง มีป้ายระบุชื่อผู้ส่งชัดเจน และตั้งอยู่ตลอดงานตั้งแต่คืนแรกจนวันสุดท้าย ขณะที่งานดอกไม้หน้าหีบและงานประดับเมรุเป็นชุดใหญ่ที่เจ้าภาพสั่งเองเพื่อใช้ประจำงาน ผู้มาร่วมงานไม่มีส่วนต้องรับผิดชอบ
เมื่อแยกหน้าที่ได้ชัด การตัดสินใจก็ง่ายขึ้น หากคุณเป็นผู้มาร่วมงาน สิ่งที่อยู่ในความรับผิดชอบคือพวงหรีดกับซองเท่านั้น หากคุณเป็นเจ้าภาพ สิ่งที่ต้องเตรียมคือดอกไม้จันทน์สำหรับแขก งานดอกไม้หน้าหีบสำหรับตั้งในศาลา และงานประดับเมรุสำหรับวันเผา ดูรูปแบบและช่วงราคาของงานที่เจ้าภาพสั่งได้ที่ ดอกไม้หน้าศพ และ ดอกไม้หน้าเมรุ ส่วนผู้ที่ต้องการส่งในนามตัวเองหรือหน่วยงาน เทียบแบบและราคาได้ที่หน้า พวงหรีดราคา
ควรไปถึงงานตอนไหนถึงจะทันวางดอกไม้จันทน์
ช่วงวางดอกไม้จันทน์เกิดขึ้นในบ่ายถึงเย็นของวันฌาปนกิจ งานส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ เริ่มเคลื่อนศพขึ้นเมรุราวบ่ายสามถึงสี่โมง ผู้ที่ต้องการวางดอกไม้จันทน์จึงควรไปถึงก่อนเวลานั้นราวครึ่งชั่วโมงเป็นอย่างน้อย เผื่อเวลาหาที่จอดรถซึ่งเป็นปัญหาจริงของวัดใหญ่ใจกลางเมืองในวันที่มีงาน หากกำหนดการที่ได้รับระบุเพียงว่าฌาปนกิจเวลาบ่ายสามโมง ให้เข้าใจว่าเป็นเวลาเริ่มเคลื่อนศพ ไม่ใช่เวลาที่เริ่มให้วางดอกไม้
หากมาสายจนพิธีเผาเริ่มไปแล้ว ยังเข้าร่วมงานได้ตามปกติแต่จะไม่ได้ขึ้นวางดอกไม้จันทน์ สิ่งที่ทำได้คือทักทายเจ้าภาพ ร่วมงานช่วงที่เหลือ และวางซองไว้ที่โต๊ะรับซอง ซึ่งยังถือว่าให้เกียรติเจ้าภาพครบถ้วน รายละเอียดเรื่องจำนวนเงินที่เหมาะสมและวิธีเขียนหน้าซองอยู่ที่ ซองงานศพใส่เท่าไหร่ และหากรู้ข่าวช้าจนใกล้วันเผาแล้วยังอยากส่งพวงหรีด อ่านวิธีจัดการเวลาได้ที่ สั่งพวงหรีดให้ทันงานสวด
ดอกไม้จันทน์ในพระราชพิธีต่างจากงานทั่วไปอย่างไร
งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพเมื่อปี 2560 ทำให้คนไทยจำนวนมากได้รู้จักดอกไม้จันทน์ในรูปแบบที่ประณีตกว่าที่เคยเห็นในงานทั่วไป ครั้งนั้นมีการกำหนดแบบดอกไม้จันทน์หลายชนิดสำหรับใช้ในพิธี โดยแบบที่ประชาชนจดจำได้มากที่สุดคือดอกดารารัตน์ ซึ่งเป็นชื่อไทยของดอกแดฟโฟดิล ดอกไม้ที่ผูกพันกับพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในช่วงที่ทรงประทับอยู่ต่างประเทศ
ความต่างจากงานทั่วไปอยู่ที่วัสดุ ความประณีต และการกำหนดแบบให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งพิธี ขณะที่งานทั่วไปให้ความสำคัญกับความสะดวกและจำนวนที่พอกับแขก อย่างไรก็ตาม ธรรมเนียมหลักยังเหมือนกันทุกระดับ คือรับดอกไม้จันทน์มาเอง ขึ้นวางด้วยความสำรวม และถือเป็นการกล่าวลาครั้งสุดท้าย หลายครอบครัวในปัจจุบันจึงเลือกสั่งดอกไม้จันทน์แบบดอกดารารัตน์มาใช้ในงานของตนเองด้วย เพราะจดจำง่ายและดูเรียบร้อยเป็นระเบียบเมื่อวางรวมกันจำนวนมาก
ถ้าไปร่วมวันฌาปนกิจไม่ได้ ควรทำอย่างไรให้ยังส่งความอาลัยได้
กรณีที่พบบ่อยที่สุดคือรู้ข่าวตอนอยู่ต่างจังหวัดหรือติดภารกิจที่เลื่อนไม่ได้ วิธีที่ตรงธรรมเนียมและทำได้ทันทีคือส่งพวงหรีดไปตั้งที่ศาลาในนามของตนเองหรือหน่วยงาน เพราะพวงหรีดทำหน้าที่แทนตัวผู้ส่งตลอดงาน ครอบครัวผู้วายชนม์จะเห็นชื่อผู้ส่งทุกครั้งที่เดินผ่าน และมักถ่ายรูปเก็บไว้ให้ด้วย ควรส่งให้ถึงก่อนคืนแรกเริ่มสวดจะได้ตำแหน่งตั้งที่เห็นชัด แต่หากทราบข่าวช้าก็ยังส่งได้ตราบใดที่ยังไม่ถึงวันเผา
สำหรับงานที่สวดหลายคืน พวงหรีดพัดลม ได้เปรียบตรงที่คงรูปตลอดงานและถวายวัดใช้ต่อได้จริงหลังเสร็จงาน ส่วนงานหนึ่งถึงสามคืน พวงหรีดดอกไม้สด ยังสวยเต็มที่ในช่วงที่คนมาร่วมมากที่สุด ทั้งสองแบบเราจัดใหม่ทุกชิ้นและส่งถึงศาลาในกรุงเทพฯ ภายใน 2–3 ชั่วโมง ดูวัดที่รับส่งประจำได้ที่ พวงหรีดตามวัดในกรุงเทพฯ เตรียมข้อความบนป้ายได้จาก ตัวอย่างข้อความพวงหรีด และดูขั้นตอนทั้งหมดที่ วิธีสั่งพวงหรีด
เจ้าภาพควรเตรียมดอกไม้จันทน์และงานดอกไม้ทั้งงานอย่างไร
ฝั่งเจ้าภาพมีของสามส่วนที่ต้องคิดพร้อมกันตั้งแต่วันแรก ส่วนแรกคือดอกไม้จันทน์สำหรับแขกในวันเผา ซึ่งสั่งผ่านวัดหรือร้านจัดงานได้และควรเผื่อจำนวนไว้มากกว่าที่คาดเล็กน้อย ส่วนที่สองคืองานดอกไม้หน้าหีบที่ตั้งในศาลาตลอดคืนสวด ซึ่งต้องแจ้งขนาดพื้นที่ของศาลาให้ร้านทราบล่วงหน้าเพราะแต่ละวัดกว้างไม่เท่ากัน และส่วนที่สามคืองานประดับเมรุในวันสุดท้ายที่ต้องจัดให้เสร็จก่อนเคลื่อนศพขึ้น
สิ่งที่ช่วยลดความวุ่นวายได้มากคือการรวมงานทั้งสามส่วนไว้กับทีมเดียว เพื่อให้โทนสีดอกไม้ไปในทางเดียวกันทั้งงานและไม่ต้องประสานหลายเจ้าในวันที่ครอบครัวเหนื่อยที่สุดอยู่แล้ว ทีมงานของเรารับจัดงานดอกไม้หน้าหีบและงานประดับเมรุในวัดทั่วกรุงเทพฯ พร้อมสำรวจพื้นที่ศาลาให้ก่อนวันงาน แจ้งชื่อวัดและศาลามาทาง LINE ได้เลย เราจะประเมินแบบและราคาให้ก่อนตัดสินใจ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในขั้นตอนนี้ ส่วนสิ่งที่ครอบครัวต้องทำต่อในเช้าวันรุ่งขึ้นหลังพิธีเผา อ่านลำดับทั้งหมดได้ที่ เก็บอัฐิและลอยอังคาร
งานที่ได้รับพระราชทานเพลิงจะมีลำดับพิธีบนเมรุที่ต่างออกไปเล็กน้อย อ่านรายละเอียดได้ที่ งานพระราชทานเพลิงศพ ต่างจากงานทั่วไปอย่างไร
ตรวจสอบข้อมูลโดยทีมงาน Bangkok Wreath · จัดพวงหรีดส่งวัดในกรุงเทพฯ มากกว่า 1,000 งาน · อัปเดตล่าสุด กันยายน 2569
คำถามที่พบบ่อย
ดอกไม้จันทน์คืออะไร
ดอกไม้จันทน์คือดอกไม้ประดิษฐ์ที่ใช้วางเคารพศพก่อนพิธีเผาในวันฌาปนกิจ เดิมทำจากเนื้อไม้จันทน์หอมไสเป็นแผ่นบางแล้วดัดเป็นกลีบ ทำหน้าที่แทนฟืนไม้หอมที่คนสมัยก่อนนำมาวางบนกองฟอน ปัจจุบันใช้ไม้ชนิดอื่น เปลือกข้าวโพด หรือกระดาษสาแทนเพราะไม้จันทน์หอมแท้หายาก
ต้องเตรียมดอกไม้จันทน์ไปเองไหม
ไม่ต้องและไม่ควรนำไปเอง เพราะเจ้าภาพหรือทางวัดจัดเตรียมไว้ให้ทั้งงาน วางในพานตรงทางขึ้นเมรุ สิ่งที่แขกควรเตรียมไปมีเพียงชุดสุภาพโทนดำหรือขาวดำ ซองร่วมทำบุญตามกำลัง และเวลาที่เผื่อไว้ให้ทันช่วงพิธี
วางดอกไม้จันทน์อย่างไร
รับดอกไม้จากเจ้าหน้าที่ ถือด้วยสองมือระดับอก ต่อแถวขึ้นเมรุ วางลงบนพานหรือจุดที่จัดไว้ใต้หีบ ยกมือไหว้หนึ่งครั้ง แล้วเดินลงทางที่กำหนด ไม่ต้องกล่าวอะไรออกเสียง หลายคนตั้งจิตขอขมาและอโหสิกรรมในใจสั้น ๆ
ทำไมห้ามหยิบดอกไม้จันทน์ส่งให้กัน
คนรุ่นก่อนถือว่าการยื่นดอกไม้จันทน์ให้กันเปรียบเหมือนการยื่นความตายให้อีกฝ่าย จึงให้ต่างคนต่างรับมาเองจากพานหรือเจ้าหน้าที่ อีกข้อคือไม่นิยมชมว่าดอกไม้จันทน์สวย เพราะถือว่าเป็นการแสดงความอยากได้สิ่งที่ผูกกับงานอวมงคล
ดอกไม้จันทน์ใช้ในคืนสวดพระอภิธรรมด้วยไหม
ไม่ใช้ ดอกไม้จันทน์ใช้เฉพาะวันฌาปนกิจซึ่งเป็นวันสุดท้ายของงานเท่านั้น คืนสวดพระอภิธรรมก่อนหน้านั้นแขกเพียงมาร่วมฟังสวด วางซอง และลงชื่อ ส่วนพวงหรีดตั้งแสดงความอาลัยอยู่หน้าศาลาตลอดทุกคืน
ไปวันเผาไม่ได้ ควรทำอย่างไร
ส่งพวงหรีดไปตั้งที่ศาลาในนามตัวเองหรือหน่วยงาน เพราะพวงหรีดทำหน้าที่แทนผู้ส่งตลอดงาน ควรส่งให้ถึงก่อนคืนแรกเริ่มสวดเพื่อให้ได้ตำแหน่งที่เห็นชัด หากทราบข่าวช้ายังส่งได้ตราบใดที่ยังไม่ถึงวันฌาปนกิจ