คำถามแรก ๆ ที่ครอบครัวต้องตัดสินใจหลังการสูญเสีย คือจะตั้งศพบำเพ็ญกุศลไว้ที่บ้าน หรือย้ายไปตั้งที่ศาลาวัด สองทางเลือกนี้ใช้พิธีสวดพระอภิธรรมแบบเดียวกัน แต่ภาระการเตรียมสถานที่ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น และวิธีที่แขกจะเดินทางมาร่วมงานต่างกันชัดเจน บทความนี้เทียบให้เห็นทีละหัวข้อ พร้อมบอกสิ่งที่คนมักลืมเมื่อเลือกตั้งศพที่บ้าน โดยเฉพาะเรื่องการรับพวงหรีดที่ไม่มีชื่อศาลาให้อ้างอิง




สั่งผ่าน LINE ได้เลยโทร 082-919-9481
จัดงานศพที่บ้านเหมาะกับครอบครัวที่มีพื้นที่หน้าบ้านกว้างพอตั้งเต็นท์ อยากได้บรรยากาศใกล้ชิด และรับแขกไม่มากนัก ส่วนจัดที่วัดสะดวกกว่าเพราะมีศาลา ที่จอดรถ และอุปกรณ์พิธีพร้อม อีกทั้งวันฌาปนกิจไม่ต้องเคลื่อนศพข้ามที่ ในกรุงเทพฯ ครอบครัวส่วนใหญ่เลือกจัดที่วัดด้วยข้อจำกัดเรื่องพื้นที่และการจราจร
จัดงานศพที่บ้านกับที่วัด ต่างกันตรงไหนบ้าง
ต่างกันที่การเตรียมสถานที่เป็นหลัก ไม่ใช่ตัวพิธี ตั้งศพที่บ้านแปลว่าเจ้าภาพต้องจัดพื้นที่ หาอุปกรณ์ประกอบพิธี และดูแลที่จอดรถเอง ส่วนตั้งที่วัดคือการเช่าศาลาที่มีทุกอย่างพร้อมแล้ว อีกข้อที่ต่างชัดคือวันฌาปนกิจ งานที่บ้านต้องเคลื่อนศพไปเมรุของวัด ส่วนงานในวัดเดินจากศาลาไปเมรุได้เลย
| หัวข้อ | ตั้งศพที่บ้าน | ตั้งศพที่วัด |
|---|---|---|
| สถานที่ | ในบ้าน + เต็นท์หน้าบ้าน | ศาลาของวัด |
| อุปกรณ์พิธี | เจ้าภาพเตรียมหรือเช่าเอง | ยืมหรือเช่าจากวัด |
| ที่จอดรถแขก | ถนนในซอย ต้องขอความร่วมมือเพื่อนบ้าน | ลานจอดของวัด |
| วันฌาปนกิจ | เคลื่อนศพไปเมรุวัดตอนสาย | เคลื่อนจากศาลาไปเมรุในวัด |
| การรับพวงหรีด | ต้องระบุที่อยู่และจุดวางให้ผู้ส่ง | ระบุชื่อวัดและศาลาได้ทันที |
คนกรุงเทพฯ นิยมจัดที่บ้านหรือที่วัดมากกว่ากัน
ในกรุงเทพฯ ครอบครัวส่วนใหญ่เลือกตั้งศพที่วัด เพราะบ้านในเมืองมักเป็นทาวน์เฮาส์ คอนโด หรือหมู่บ้านจัดสรรที่ไม่มีพื้นที่รองรับเต็นท์และรถของแขก ต่างจากภาคเหนือและภาคอีสานที่ยังนิยมตั้งบำเพ็ญกุศลไว้ที่บ้านตามธรรมเนียมชุมชน หากบ้านของคุณอยู่ชานเมืองและมีลานหน้าบ้าน การจัดที่บ้านยังเป็นทางเลือกที่ทำได้จริง
อีกเหตุผลที่คนเมืองเลือกวัด คือแขกส่วนใหญ่มาจากที่ทำงานและเดินทางด้วยรถส่วนตัวหรือรถสาธารณะ วัดที่มีชื่อเสียงมักอยู่ติดถนนใหญ่และคนรู้จักตำแหน่งอยู่แล้ว ทำให้บอกทางง่ายกว่าการอธิบายซอยบ้าน หากยังไม่ได้เลือกวัด ดูรายละเอียดวัดที่รับจัดงานพร้อมศาลาและเมรุได้ที่หน้า พวงหรีดตามวัดในกรุงเทพฯ
ตั้งศพที่บ้านต้องจัดพื้นที่อย่างไรบ้าง
พื้นที่ที่ต้องเตรียมมี 5 ส่วน ได้แก่ มุมตั้งโต๊ะหมู่บูชาและหีบศพในบ้าน ที่นั่งสำหรับพระสงฆ์ 4 รูป เต็นท์รับแขกหน้าบ้านพร้อมเก้าอี้และพัดลม จุดวางพวงหรีดริมทางเข้าที่ไม่ขวางทางเดิน และโต๊ะน้ำกับอาหารว่างแยกออกมาอีกมุมหนึ่ง ทั้งหมดควรติดตั้งเสร็จก่อนคืนสวดแรกเริ่ม
เรื่องที่คนมักประเมินต่ำไปคือแสงสว่างและไฟฟ้า งานสวดจัดตอนค่ำ ต้องมีไฟส่องสว่างทั้งบริเวณเต็นท์และทางเดินเข้าบ้าน รวมถึงปลั๊กสำหรับพัดลมและเครื่องเสียง ควรตรวจว่ามิเตอร์ไฟของบ้านรับไหวหรือต้องขอสายพ่วงเพิ่ม รวมทั้งเตรียมผ้าใบกันฝนหากจัดงานในช่วงฤดูฝน
ก่อนตั้งศพที่บ้าน ต้องบอกกล่าวใครบ้าง
ควรเดินไปบอกเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกันอย่างน้อยสองถึงสามหลังด้วยตนเอง เพราะงานสวดมีเสียงสวดมนต์ แสงไฟ และรถเข้าออกต่อเนื่องหลายคืน หากอยู่ในหมู่บ้านจัดสรรหรืออาคารชุด ต้องแจ้งนิติบุคคลเพื่อขอใช้พื้นที่ส่วนกลางและที่จอดรถ พร้อมติดต่อวัดที่จะใช้เมรุไว้ล่วงหน้าตั้งแต่วันแรก
การบอกกล่าวล่วงหน้าไม่ใช่แค่มารยาท แต่ช่วยลดปัญหาระหว่างงานได้จริง เพื่อนบ้านที่ทราบเรื่องมักยินดีให้จอดรถหน้าบ้านหรือช่วยดูแลความเรียบร้อย ต่างจากกรณีที่รู้ตัวตอนเต็นท์ตั้งเสร็จแล้ว ซึ่งอาจกลายเป็นข้อขัดแย้งในช่วงที่ครอบครัวไม่มีแรงรับมือ
นิมนต์พระมาสวดที่บ้านต้องประสานอย่างไร
ติดต่อสำนักงานวัดใกล้บ้านเพื่อขอนิมนต์พระสงฆ์ 4 รูปมาสวดพระอภิธรรมที่บ้านตามจำนวนคืนที่ต้องการ ควรแจ้งที่อยู่ เส้นทาง และเวลาเริ่มสวดให้ชัดเจน โดยทั่วไปพิธีเริ่มราวหนึ่งทุ่มถึงทุ่มครึ่ง เจ้าภาพต้องเตรียมอาสนสงฆ์ เครื่องรับรอง และปัจจัยถวายไว้ล่วงหน้าทุกคืน
ข้อควรถามให้ชัดตั้งแต่วันติดต่อคือ วัดมีรถรับส่งพระหรือเจ้าภาพต้องไปรับเอง และต้องเตรียมอุปกรณ์ส่วนใดเพิ่มบ้าง เพราะบางวัดให้ยืมอาสนสงฆ์และเครื่องพิธีได้ อ่านลำดับคืนสวดและการเลือกจำนวนคืนประกอบได้ที่ สวดอภิธรรมกี่คืน และหากยังต้องติดต่อวัดเรื่องเมรุอยู่ ดูขั้นตอนเอกสารได้ที่ จองศาลาวัด
ตั้งศพที่บ้านแล้ววันฌาปนกิจทำอย่างไร
วันสุดท้ายของงานต้องเคลื่อนศพจากบ้านไปยังเมรุของวัดที่จองไว้ ลำดับที่พบบ่อยคือถวายภัตตาหารเช้าแด่พระที่บ้าน จากนั้นเคลื่อนศพขึ้นรถโดยมีญาตินำขบวน เมื่อถึงวัดจึงตั้งศพที่ศาลาหรือเวียนเมรุตามธรรมเนียม แล้วต่อด้วยสวดหน้าไฟ ทอดผ้าบังสุกุล และประชุมเพลิงในช่วงบ่าย
ของที่ต้องขนไปพร้อมขบวนได้แก่ รูปผู้วายชนม์ กระถางธูป ผ้าคลุมศพ ดอกไม้ และตะเกียงนำทาง ควรมอบหมายคนดูแลของเหล่านี้ไว้ล่วงหน้าหนึ่งคน อ่านรายละเอียดพิธีช่วงบ่ายของวันเผาได้ที่ สวดหน้าไฟและทอดผ้าบังสุกุล
ค่าใช้จ่ายสองแบบต่างกันที่หมวดไหน
ค่าพระ ค่าดอกไม้ ค่าหีบศพ และค่าฌาปนกิจใกล้เคียงกันทั้งสองแบบ ส่วนที่ต่างจริงคืองานที่บ้านมีค่าเช่าเต็นท์ เก้าอี้ พัดลม ค่าไฟที่เพิ่มขึ้น และค่ารถเคลื่อนศพไปวัดในวันเผา แต่ไม่มีค่าบำรุงศาลา ขณะที่งานในวัดจ่ายค่าบำรุงศาลาเป็นรายคืนโดยรวมน้ำไฟไว้แล้ว
อีกก้อนที่มักบานปลายคืออาหารเลี้ยงแขก งานที่บ้านต้องจัดเองทุกคืนและมักมีเพื่อนบ้านแวะมาร่วมมากกว่าที่คาด ส่วนงานในวัดหลายแห่งมีโรงครัวหรือร้านประจำวัดให้สั่งเป็นชุด คุมงบได้ง่ายกว่า ดูโครงสร้างค่าใช้จ่ายทั้งงานแบบละเอียดได้ที่ ค่าใช้จ่ายงานศพ
ส่งพวงหรีดไปงานศพที่บ้าน ต้องแจ้งข้อมูลอะไร
ต่างจากการส่งวัดตรงที่ไม่มีชื่อศาลาให้อ้างอิง ผู้ส่งจึงต้องให้ที่อยู่เต็มพร้อมลิงก์แผนที่ จุดสังเกตหน้าบ้าน ชื่อและเบอร์ของญาติที่รออยู่หน้างาน ช่วงเวลาที่มีคนรับของ และข้อจำกัดของซอยว่ารถใหญ่เข้าได้หรือไม่ ครบห้าข้อนี้พวงหรีดจะถึงตรงเวลาและวางได้ถูกจุด
ฝั่งเจ้าภาพช่วยได้มากด้วยการเขียนที่อยู่พร้อมพิกัดแผนที่ไว้เป็นข้อความเดียว แล้วส่งต่อให้ทุกคนที่แจ้งว่าจะส่งพวงหรีด วิธีนี้ลดการโทรถามทางซ้ำ ๆ ในคืนแรกซึ่งเป็นช่วงที่ยุ่งที่สุด หากต้องการสั่งพวงหรีดส่งบ้าน แจ้งข้อมูลชุดนี้กับทีมงานได้ทาง LINE ดูขั้นตอนทั้งหมดที่ วิธีสั่งพวงหรีด
พวงหรีดแบบไหนเหมาะกับงานที่บ้านซึ่งพื้นที่จำกัด
งานที่บ้านมักมีพื้นที่วางพวงหรีดน้อยกว่าหน้าศาลา จึงเหมาะกับทรงมาตรฐานที่ไม่กว้างเกินทางเดิน พวงหรีดดอกไม้สด ขนาดปกติเริ่ม 1,300 บาทวางริมรั้วได้พอดี ส่วน พวงหรีดพัดลม เริ่ม 1,700 บาทมีข้อดีเพิ่มคือใช้เป่าในเต็นท์ระหว่างงานได้จริง แล้วค่อยถวายวัดในวันเผา
หากผู้ส่งหลายคนนัดกันส่งวันเดียว ควรแจ้งเจ้าภาพล่วงหน้าเพื่อกันพื้นที่ หรือเลือกส่งเป็นแจกันดอกไม้ตั้งโต๊ะแทนพวงหรีดวงใหญ่เมื่อหน้าบ้านแคบจริง ๆ ธรรมเนียมการวางและการให้เกียรติเจ้าภาพในจุดนี้ไม่ต่างจากงานที่วัด อ่านเพิ่มที่ มารยาทการส่งพวงหรีด และดูช่วงราคาทุกแบบที่ หน้าราคาพวงหรีด
ครอบครัวแบบไหนควรเลือกจัดที่บ้าน แบบไหนควรเลือกที่วัด
เลือกจัดที่บ้านเมื่อมีลานหน้าบ้านกว้างพอตั้งเต็นท์ เพื่อนบ้านสะดวก แขกส่วนใหญ่อยู่ในละแวกเดียวกัน และครอบครัวอยากอยู่ใกล้ผู้วายชนม์ให้นานที่สุด เลือกจัดที่วัดเมื่อบ้านอยู่ในเมืองหรือเป็นอาคารชุด คาดว่าจะมีแขกจากที่ทำงานจำนวนมาก หรือไม่มีคนว่างพอจะดูแลงานเองทุกคืน
ไม่ว่าจะเลือกแบบใด สิ่งที่ควรทำเหมือนกันคือกำหนดผู้ประสานงานหลักหนึ่งคนสำหรับตอบคำถามเรื่องสถานที่และเวลา เพราะข้อมูลที่คลาดเคลื่อนมักทำให้แขกไปผิดที่หรือพวงหรีดส่งไม่ทันคืนแรก ธรรมเนียมการจัดพิธีศพของแต่ละวัฒนธรรมมีรายละเอียดต่างกัน อ่านภาพรวมของพิธีศพในวัฒนธรรมต่าง ๆได้ที่วิกิพีเดีย
สำหรับครอบครัวที่เพิ่งเริ่มต้นและยังไม่ได้ตัดสินใจ แนะนำให้ดูลำดับพิธีวันแรกที่ พิธีรดน้ำศพ ก่อน เพราะเวลาที่ใช้เตรียมสถานที่ของทั้งสองทางเลือกจะชัดขึ้นเมื่อรู้ว่าต้องเริ่มพิธีตอนไหน
ตรวจสอบข้อมูลโดยทีมงาน Bangkok Wreath · จัดพวงหรีดส่งวัดในกรุงเทพฯ มากกว่า 1,000 งาน · อัปเดตล่าสุด กันยายน 2569
คำถามที่พบบ่อย
จัดงานศพที่บ้านกับที่วัด แบบไหนประหยัดกว่ากัน
ขึ้นอยู่กับจำนวนแขกและจำนวนคืนสวด งานที่บ้านประหยัดค่าบำรุงศาลาแต่เพิ่มค่าเช่าเต็นท์ เก้าอี้ พัดลม ค่าไฟ และค่ารถเคลื่อนศพไปวัดในวันเผา ส่วนงานที่วัดจ่ายค่าศาลาเป็นรายคืนซึ่งรวมน้ำไฟและพื้นที่รองรับแขกไว้แล้ว
ตั้งศพที่บ้านแล้วเผาที่ไหน
ต้องติดต่อวัดที่มีเมรุไว้ล่วงหน้าตั้งแต่วันแรก แล้วเคลื่อนศพจากบ้านไปยังเมรุของวัดในวันฌาปนกิจ โดยทั่วไปเคลื่อนขบวนช่วงสายหลังถวายภัตตาหารเช้าแด่พระที่บ้าน
ส่งพวงหรีดไปงานศพที่บ้านได้ไหม
ได้ตามปกติ เพียงแจ้งที่อยู่เต็มพร้อมลิงก์แผนที่ จุดสังเกตหน้าบ้าน ชื่อและเบอร์ผู้รับหน้างาน ช่วงเวลาที่มีคนรับของ และบอกด้วยว่ารถใหญ่เข้าซอยได้หรือไม่
จัดงานศพที่บ้านต้องขออนุญาตใครไหม
ไม่มีการขออนุญาตทางราชการสำหรับการตั้งศพที่บ้านของตนเอง แต่ควรบอกกล่าวเพื่อนบ้านใกล้เคียง และแจ้งนิติบุคคลหากอยู่ในหมู่บ้านจัดสรรหรืออาคารชุดเพื่อขอใช้พื้นที่ส่วนกลางและที่จอดรถ
นิมนต์พระมาสวดที่บ้านกี่รูป
นิยมนิมนต์พระสงฆ์ 4 รูปสวดพระอภิธรรมต่อหนึ่งคืน เท่ากับที่จัดในศาลาวัด โดยติดต่อผ่านสำนักงานวัดใกล้บ้านและแจ้งที่อยู่ เส้นทาง พร้อมเวลาเริ่มสวดให้ชัดเจน
พวงหรีดแบบไหนเหมาะกับงานที่บ้าน
เลือกทรงมาตรฐานที่ไม่กว้างจนขวางทางเดิน พวงหรีดดอกไม้สดเริ่ม 1,300 บาท หรือพวงหรีดพัดลมเริ่ม 1,700 บาทซึ่งใช้เป่าในเต็นท์ระหว่างงานได้แล้วถวายวัดต่อในวันเผา