ส่งฟรีถึงวัดทั่วกรุงเทพฯ • เปิดทุกวัน 08:00–20:00 น.
หน้าแรก › บทความ › งานพระราชทานเพลิงศพ ใครมีส…

งานพระราชทานเพลิงศพ ใครมีสิทธิ ขออย่างไร

สรุปหลักเกณฑ์ผู้มีสิทธิ ขั้นตอนยื่นเรื่องผ่านต้นสังกัด หีบเพลิงพระราชทาน ลำดับพิธีวันฌาปนกิจ การแต่งกาย และช่วงเวลาที่ควรส่งพวงหรีด

6 กรกฎาคม 256964

เมื่อครอบครัวได้ยินคำว่างานพระราชทานเพลิงศพเป็นครั้งแรก คำถามที่ตามมามักไม่ใช่เรื่องพิธีการ แต่เป็นเรื่องพื้นฐานสามข้อ คือคุณพ่อคุณแม่หรือญาติของเรามีสิทธิหรือเปล่า ต้องยื่นเรื่องกับใครและทันไหมในเมื่อกำหนดวันเผาใกล้เข้ามาแล้ว และถ้าได้รับพระราชทานจริงงานในวันนั้นจะต่างจากงานฌาปนกิจทั่วไปตรงไหน ส่วนคนที่ได้รับข่าวและอยากส่งพวงหรีดก็มักลังเลว่างานลักษณะนี้ส่งได้ไหม ควรส่งวันใด และต้องระวังอะไรเป็นพิเศษ บทความนี้เรียบเรียงจากหลักเกณฑ์ที่หน่วยงานราชการเผยแพร่ไว้ พร้อมมุมของทีมส่งพวงหรีดที่เข้าออกศาลาวัดในกรุงเทพฯ ทุกวัน

พวงหรีดดอกไม้สด พวงหรีดพระนคร วัดพระแก้ว ราชดำเนิน ส่งฟรีถึงวัดทั่วกรุงเทพฯ
พวงหรีดดอกไม้สดพวงหรีดพระนคร วัดพระแก้ว ราชดำเนิน4,000 บ5,500 บสั่งผ่าน LINE
พวงหรีดดอกไม้สด พวงหรีดหนองจอก มีนบุรี ชานเมืองตะวันออก ส่งฟรีถึงวัดทั่วกรุงเทพฯ
พวงหรีดดอกไม้สดพวงหรีดหนองจอก มีนบุรี ชานเมืองตะวันออก4,000 บ5,500 บสั่งผ่าน LINE
พวงหรีดดอกไม้สด พวงหรีดบางรัก สีลม สุรวงศ์ ส่งฟรีถึงวัดทั่วกรุงเทพฯ
พวงหรีดดอกไม้สดพวงหรีดบางรัก สีลม สุรวงศ์4,000 บ5,500 บสั่งผ่าน LINE
พวงหรีดดอกไม้สด พวงหรีดบางเขน หลักสี่ วิภาวดี ส่งฟรีถึงวัดทั่วกรุงเทพฯ
พวงหรีดดอกไม้สดพวงหรีดบางเขน หลักสี่ วิภาวดี4,000 บ5,500 บสั่งผ่าน LINE

LINEสั่งผ่าน LINE ได้เลยโทร 082-919-9481

คำตอบโดยสรุป

งานพระราชทานเพลิงศพคืองานฌาปนกิจที่ได้รับพระราชทานเพลิงเป็นเกียรติแก่ผู้วายชนม์ตามหลักเกณฑ์ของสำนักพระราชวัง ผู้มีสิทธิได้แก่ข้าราชการตั้งแต่ระดับ 3 ขึ้นไป ทหารตำรวจชั้นสัญญาบัตร พระสงฆ์ชั้นพระครูสัญญาบัตรขึ้นไป และผู้ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตั้งแต่ชั้นเบญจมาภรณ์ขึ้นไป เจ้าภาพยื่นเรื่องผ่านต้นสังกัดไปยังกองพระราชพิธี สำนักพระราชวัง ส่วนพวงหรีดยังส่งได้ตามปกติ โดยควรส่งในคืนสวดพระอภิธรรมมากกว่าวันพระราชทานเพลิง

ตารางสรุปผู้มีสิทธิได้รับพระราชทานเพลิงศพ แยกกรณีปกติตามตำแหน่งและเครื่องราชอิสริยาภรณ์ กับกรณีพิเศษ

งานพระราชทานเพลิงศพคืออะไร ต่างจากงานฌาปนกิจทั่วไปอย่างไร

งานพระราชทานเพลิงศพคืองานฌาปนกิจที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานเพลิงเป็นเกียรติแก่ผู้วายชนม์ ซึ่งเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่สำนักพระราชวังกำหนด สิ่งที่พระราชทานคือเพลิงหลวงที่เชิญมาในหีบเพลิง ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายของงาน ครอบครัวยังคงเป็นผู้จัดงานและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดเหมือนงานฌาปนกิจทั่วไป จุดที่ต่างจึงเป็นเรื่องเกียรติยศและระเบียบพิธีการ ไม่ใช่เรื่องเงิน

ในทางปฏิบัติ ช่วงตั้งบำเพ็ญกุศลและสวดพระอภิธรรมของงานพระราชทานเพลิงศพเหมือนงานทั่วไปแทบทุกอย่าง มีการตั้งศพที่ศาลา มีพระสวดตามจำนวนคืนที่ครอบครัวกำหนด มีแขกมาร่วมฟังสวดและมีพวงหรีดตั้งเรียงหน้าศาลาตามปกติ ความต่างจะเริ่มเห็นชัดในวันสุดท้ายคือวันฌาปนกิจ เพราะลำดับพิธีบนเมรุจะเดินตามระเบียบที่ค่อนข้างตายตัว มีการเชิญหีบเพลิงพระราชทานขึ้นตั้งบนเมรุ มีประธานในพิธีเป็นผู้ประกอบพิธีแทนเจ้าภาพในบางช่วง และผู้มาร่วมงานจะแต่งกายเป็นทางการมากกว่างานสวดปกติ

อีกความต่างที่ครอบครัวมักไม่ทันคิดคือเรื่องเวลา งานฌาปนกิจทั่วไปเลื่อนเวลาได้ตามความสะดวกของแขก แต่เมื่อขอพระราชทานเพลิงแล้ว วันเวลาที่แจ้งไว้ในหนังสือจะกลายเป็นข้อมูลทางการที่ไม่ควรเปลี่ยน การนัดหมายอื่น ๆ ทั้งหมด ตั้งแต่แขกผู้ใหญ่ รถรับส่ง อาหารว่าง ไปจนถึงกำหนดส่งดอกไม้ จึงต้องล็อกตามเวลานี้ ใครที่กำลังวางแผนงานอยู่ควรอ่านภาพรวมลำดับพิธีทั้งงานที่ สวดอภิธรรมกี่คืน ลำดับพิธีงานศพไทย ประกอบด้วย เพราะการขอพระราชทานเพลิงต้องวางแผนย้อนกลับจากวันเผาเสมอ

ใครมีสิทธิได้รับพระราชทานเพลิงศพ

หลักเกณฑ์แบ่งผู้มีสิทธิออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ กลุ่มแรกคือกรณีปกติ ซึ่งดูจากตำแหน่งหน้าที่หรือเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่เคยได้รับ ได้แก่ ข้าราชการพลเรือนตั้งแต่ระดับ 3 ขึ้นไปหรือเทียบเท่าตามระบบแท่งในปัจจุบัน ข้าราชการทหารและตำรวจชั้นสัญญาบัตรตั้งแต่ร้อยตรีขึ้นไป พระสงฆ์ที่มีสมณศักดิ์ตั้งแต่ชั้นพระครูสัญญาบัตรขึ้นไป พระราชวงศ์ตั้งแต่ชั้นหม่อมเจ้าขึ้นไป และผู้ที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตั้งแต่ชั้นเบญจมาภรณ์มงกุฎไทยหรือเบญจมดิเรกคุณาภรณ์ขึ้นไป

กลุ่มที่สองคือการขอเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งใช้กับผู้ที่ไม่ได้อยู่ในเกณฑ์ปกติแต่มีเหตุอันควร เช่น ผู้สืบเชื้อสายในราชสกุลชั้นหม่อมราชวงศ์และหม่อมหลวง ผู้ที่ได้รับพระราชทานเหรียญราชรุจิ เหรียญกล้าหาญ หรือเหรียญชัยสมรภูมิ รวมถึงบิดามารดาของข้าราชการระดับ 6 ขึ้นไปหรือเทียบเท่า ซึ่งบุตรจะเป็นผู้ยื่นเรื่องผ่านต้นสังกัดของตนเอง กรณีพิเศษต่างจากกรณีปกติตรงที่ต้องชี้แจงเหตุผลประกอบและอยู่ในดุลพินิจของผู้พิจารณามากกว่า

สิ่งสำคัญที่ครอบครัวควรเข้าใจตั้งแต่ต้นคือการยื่นเรื่องไม่ได้แปลว่าจะได้รับทุกราย ทุกคำขอต้องผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติจากต้นสังกัดและการพิจารณาของสำนักพระราชวัง หากคุณสมบัติไม่เข้าเกณฑ์หรือเอกสารไม่ครบ คำขออาจไม่ได้รับการอนุมัติ ครอบครัวจึงควรเตรียมแผนสำรองไว้ว่าถ้าไม่ได้รับพระราชทาน งานฌาปนกิจในวันเวลาเดิมจะดำเนินไปตามปกติได้ทันที ไม่ควรเลื่อนวันเผาเพื่อรอผลพิจารณา

ขอพระราชทานเพลิงศพต้องยื่นเรื่องกับใคร ใช้เอกสารอะไรบ้าง

ผู้ยื่นคือเจ้าภาพหรือทายาทของผู้วายชนม์ โดยทำเป็นหนังสือแจ้งไปยังกระทรวงหรือหน่วยงานต้นสังกัดของผู้ถึงแก่กรรม จากนั้นต้นสังกัดจะเป็นผู้ส่งเรื่องต่อไปยังฝ่ายการพระราชทานเพลิง กองพระราชพิธี สำนักพระราชวัง สำหรับงานในกรุงเทพมหานคร ส่วนงานที่จัดในต่างจังหวัดยื่นผ่านที่ทำการอำเภอและศาลากลางจังหวัดได้เช่นกัน หากผู้วายชนม์เกษียณอายุราชการไปแล้ว ให้ยื่นผ่านหน่วยงานที่เคยสังกัดครั้งสุดท้าย

เนื้อความในหนังสือต้องระบุข้อมูลให้ครบ ได้แก่ ชื่อ ตำแหน่ง ชั้นยศของผู้ถึงแก่กรรม ถึงแก่กรรมด้วยโรคหรือเหตุใด ที่ไหน เมื่อใด เคยได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นใดบ้าง ประสงค์จะขอเครื่องเกียรติยศประกอบศพอย่างใดหรือไม่ และที่ขาดไม่ได้คือวัน เวลา และสถานที่ที่จะประกอบพิธีฌาปนกิจ เอกสารแนบที่มักถูกเรียกได้แก่ สำเนามรณบัตร สำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนของผู้วายชนม์และผู้ยื่น รวมถึงสำเนาใบกำกับเครื่องราชอิสริยาภรณ์หรือประกาศในราชกิจจานุเบกษาที่ใช้ยืนยันสิทธิ

ห้าขั้นตอนการยื่นขอพระราชทานเพลิงศพ ตั้งแต่รวบรวมเอกสารจนถึงรับหีบเพลิงพระราชทาน

เรื่องที่ทำให้หลายครอบครัวพลาดคือการยื่นช้าเกินไป เพราะเรื่องต้องผ่านหลายชั้นก่อนถึงสำนักพระราชวัง ทางที่ปลอดภัยคือเริ่มติดต่อต้นสังกัดทันทีที่กำหนดวันฌาปนกิจได้ ซึ่งโดยทั่วไปคือวันแรกที่ครอบครัวไปติดต่อวัดเพื่อจองศาลาและเมรุ ขั้นตอนการติดต่อวัดและคำถามที่ควรถามเจ้าหน้าที่ตั้งแต่วันแรกอ่านได้ที่ จองศาลาวัดจัดงานศพในกรุงเทพฯ เพราะข้อมูลวัด เลขศาลา และเวลาเผาที่ได้จากขั้นตอนนั้นคือข้อมูลชุดเดียวกับที่ต้องกรอกในหนังสือขอพระราชทานเพลิง

สิ่งที่ต้องเตรียมใครเป็นผู้จัดหาใช้ทำอะไรควรมีเมื่อไหร่
หนังสือขอพระราชทานเพลิงศพเจ้าภาพหรือทายาทยื่นต่อต้นสังกัดของผู้วายชนม์ทันทีที่ได้วันเผา
สำเนามรณบัตรสำนักงานเขตหรืออำเภอยืนยันการถึงแก่กรรมภายในไม่กี่วันแรก
สำเนาใบกำกับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ครอบครัวหรือต้นสังกัดยืนยันคุณสมบัติผู้มีสิทธิก่อนยื่นหนังสือ
วัน เวลา วัดและเมรุที่จะฌาปนกิจครอบครัวและทางวัดระบุในหนังสือ ห้ามเปลี่ยนภายหลังก่อนยื่นหนังสือ
ผู้แทนไปรับหีบเพลิงพระราชทานครอบครัวมอบหมายเชิญหีบเพลิงมายังวัดในวันพิธีก่อนวันฌาปนกิจ

หีบเพลิงพระราชทานคืออะไร รับมาแล้วต้องปฏิบัติอย่างไร

หีบเพลิงพระราชทานคือภาชนะที่บรรจุเพลิงหลวงซึ่งพระราชทานมาสำหรับใช้ในพิธี ผู้แทนของเจ้าภาพจะเป็นผู้ไปรับตามวันเวลาที่นัดหมาย แล้วเชิญมายังวัดที่จะประกอบพิธี ธรรมเนียมการเชิญถือเป็นเรื่องที่ต้องระวังมากที่สุดของงานลักษณะนี้ ผู้เชิญควรแต่งกายสุภาพเรียบร้อย ถือด้วยความเคารพในระดับที่เหมาะสม ไม่วางกับพื้น ไม่วางรวมกับสิ่งของอื่น และเมื่อถึงวัดแล้วจะเชิญขึ้นตั้งไว้ในที่ที่จัดเตรียมไว้บนเมรุจนถึงเวลาประกอบพิธี

ข้อที่ครอบครัวต้องสื่อสารกับทางวัดให้ชัดคือเรื่องการจุดเพลิง งานที่ได้รับพระราชทานเพลิงจะไม่มีการจุดไฟก่อนถึงเวลาที่กำหนดในพิธี เจ้าหน้าที่เมรุและทีมงานของวัดที่คุ้นเคยกับงานลักษณะนี้จะรู้ระเบียบดีอยู่แล้ว แต่หากเป็นวัดที่ไม่ได้จัดงานพระราชทานเพลิงบ่อย การนัดคุยล่วงหน้าหนึ่งวันเพื่อซักซ้อมลำดับขั้นตอนกับเจ้าหน้าที่จะช่วยลดความสับสนหน้างานได้มาก

อีกจุดที่ควรเตรียมคือคนของครอบครัวที่จะทำหน้าที่ประสานงานในวันนั้นโดยเฉพาะ เพราะเจ้าภาพหลักมักต้องรับแขกและอยู่กับพิธีตลอดเวลา การมอบหมายญาติหรือเพื่อนหนึ่งคนให้ดูแลเรื่องหีบเพลิง ประธานในพิธี และการประสานกับเจ้าหน้าที่เมรุ จะทำให้ทุกอย่างเดินตามเวลาโดยไม่ต้องรบกวนเจ้าภาพในช่วงที่ควรได้อยู่กับครอบครัว

เมรุและศาลาวัดในกรุงเทพฯ ที่จัดดอกไม้เรียบร้อยสำหรับพิธีฌาปนกิจในช่วงบ่าย

ลำดับพิธีในวันพระราชทานเพลิงศพเป็นอย่างไร

ในวันฌาปนกิจ ช่วงเช้าถึงเที่ยงมักเป็นการทำบุญเลี้ยงพระและถวายภัตตาหารเพลที่ศาลา จากนั้นจึงเคลื่อนศพเวียนรอบเมรุตามธรรมเนียมและเชิญขึ้นตั้งบนเมรุ ช่วงบ่ายจะเป็นการทอดผ้าบังสุกุลโดยแขกผู้ใหญ่ที่เจ้าภาพเรียนเชิญไว้ แล้วเปิดให้ผู้มาร่วมงานขึ้นวางดอกไม้จันทน์ ก่อนถึงลำดับสำคัญคือการพระราชทานเพลิงในเวลาที่กำหนด ซึ่งวัดในกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่นัดช่วงบ่ายแก่ ๆ ถึงเย็นเพื่อให้แขกจากที่ทำงานเดินทางมาทัน

ลำดับของประธานในพิธีมีรายละเอียดที่ต่างจากงานทั่วไป ประธานจะทอดผ้าบังสุกุลแล้วถวายความเคารพไปยังทิศที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับอยู่ก่อน จากนั้นจึงหยิบกระทงข้าวตอกดอกไม้วางที่เชิงตะกอนเพื่อขมาศพ แล้วจึงประกอบพิธีพระราชทานเพลิงตามลำดับ ผู้มาร่วมงานที่ยืนอยู่ด้านล่างเพียงยืนสงบและปฏิบัติตามจังหวะที่พิธีกรบอก ไม่ต้องกังวลว่าจะทำผิดขั้นตอน

สำหรับผู้ที่มาร่วมงานเป็นครั้งแรก จุดที่มักลังเลคือช่วงวางดอกไม้จันทน์ ซึ่งมีลำดับและมารยาทเฉพาะอยู่เล็กน้อย เช่น การรับดอกไม้จันทน์จากเจ้าหน้าที่ การเดินขึ้นบันไดเมรุตามแถว และการยกมือไหว้เพียงครั้งเดียวก่อนลงอีกทาง รายละเอียดทั้งหมดพร้อมภาพประกอบอ่านได้ที่ ดอกไม้จันทน์คืออะไร วางอย่างไรในวันฌาปนกิจ

ช่วงเวลาสิ่งที่เกิดขึ้นเจ้าภาพต้องเตรียมผู้ร่วมงานควรทำ
ช่วงเช้าถึงเพลทำบุญเลี้ยงพระ ถวายภัตตาหารนิมนต์พระ จัดอาหารมาได้ตามสะดวก แต่งกายสุภาพ
ช่วงบ่ายต้นเคลื่อนศพเวียนเมรุและเชิญขึ้นตั้งทีมประสานงานและญาติผู้ชายยืนสงบสองข้างทาง
ก่อนพิธีหลักทอดผ้าบังสุกุลโดยแขกผู้ใหญ่รายชื่อผู้ทอดผ้าตามลำดับนั่งรอในศาลาหรือเต็นท์
เวลาที่กำหนดพระราชทานเพลิงและวางดอกไม้จันทน์หีบเพลิงและประธานในพิธีเข้าแถววางดอกไม้จันทน์
หลังเสร็จพิธีเก็บอัฐิในวันรุ่งขึ้นหรือตามที่นัดโกศ ผ้าขาว และของใช้ในพิธีกลับได้ หรืออยู่ตามที่ญาติขอ

ไปงานพระราชทานเพลิงศพต้องแต่งกายอย่างไร

งานพระราชทานเพลิงศพเป็นงานพิธีการ จึงเคร่งเรื่องการแต่งกายมากกว่างานสวดพระอภิธรรมตามปกติ ข้าราชการที่ไปร่วมงานนิยมแต่งชุดปกติขาวไว้ทุกข์หรือเครื่องแบบตามที่หน่วยงานกำหนด สุภาพบุรุษทั่วไปแต่งชุดสากลสีดำหรือสีเข้ม ผูกเนกไทสีดำ หรือชุดไทยพระราชทานแขนยาวสีดำก็ได้เช่นกัน ส่วนสุภาพสตรีแต่งชุดไทยหรือชุดสุภาพสีดำ เสื้อแขนยาว กระโปรงยาวคลุมเข่า และรองเท้าหุ้มส้น

แนวทางการแต่งกายไปงานพระราชทานเพลิงศพ แยกข้าราชการ สุภาพบุรุษ สุภาพสตรี และสิ่งที่ควรเลี่ยง

สิ่งที่ควรเลี่ยงคือชุดลำลองทุกชนิด ทั้งเสื้อยืด กางเกงยีน รองเท้าแตะ และเครื่องประดับที่แวววาวสะดุดตา รวมถึงสีสันฉูดฉาดที่ตัดกับบรรยากาศของงาน หากได้รับบัตรเชิญหรือกำหนดการที่ระบุการแต่งกายไว้ ให้ยึดตามที่เจ้าภาพระบุเป็นหลักเสมอ เพราะบางงานเจ้าภาพขอความร่วมมือเป็นการเฉพาะ เช่น ขอให้แต่งชุดขาวทั้งงานหรือแต่งเครื่องแบบตามสังกัด

ผู้ที่เพิ่งทราบข่าวกะทันหันและไม่มีชุดที่เหมาะ ไม่ต้องกังวลจนไม่กล้าไป การใส่เสื้อเชิ้ตสีเข้มหรือขาวเรียบกับกางเกงหรือกระโปรงสีดำก็ถือว่าให้เกียรติงานแล้ว สิ่งที่เจ้าภาพให้ความสำคัญคือการมาร่วมงาน ไม่ใช่ราคาของเสื้อผ้า ตัวอย่างการเลือกชุดในสถานการณ์ต่าง ๆ รวมถึงกรณีมาจากที่ทำงานโดยตรง อ่านเพิ่มได้ที่ ไปงานศพใส่ชุดอะไร

ส่งพวงหรีดไปงานพระราชทานเพลิงศพได้ไหม ควรส่งวันไหน

ส่งได้ตามปกติ เพราะพวงหรีดเป็นธรรมเนียมของช่วงตั้งบำเพ็ญกุศลที่ศาลา ไม่เกี่ยวกับพิธีบนเมรุในวันสุดท้าย งานพระราชทานเพลิงศพส่วนใหญ่มีคืนสวดพระอภิธรรมเหมือนงานทั่วไป และหน้าศาลาจะมีพวงหรีดจากหน่วยงานต้นสังกัด เพื่อนร่วมงาน และญาติมิตรตั้งเรียงอยู่ครบ การส่งพวงหรีดจึงเป็นสิ่งที่เจ้าภาพคาดหมายอยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องผิดธรรมเนียมแต่อย่างใด

ช่วงเวลาที่ควรส่งคือคืนสวดพระอภิธรรม โดยเฉพาะให้ถึงก่อนพิธีสวดคืนแรกเริ่ม ซึ่งวัดในกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่เริ่มราวหนึ่งทุ่ม เพราะพวงหรีดจะได้ตั้งอยู่หน้าศาลาให้ครอบครัวและแขกเห็นตลอดทุกคืนของงาน ส่วนวันฌาปนกิจไม่ใช่วันที่เหมาะกับการส่ง เพราะช่วงเช้าทีมงานกำลังจัดพื้นที่สำหรับพิธีและเคลื่อนศพ พวงหรีดที่มาถึงในจังหวะนั้นมักถูกนำไปวางรวมไว้ด้านข้างและไม่ได้อยู่ในสายตาของใคร หลักการจับเวลาส่งแบบละเอียดอ่านได้ที่ สั่งพวงหรีดให้ทันงานสวด

พวงหรีดดอกไม้สดตั้งเรียงสองข้างทางขึ้นศาลาในคืนสวดพระอภิธรรม

เรื่องแบบและโทนสี งานลักษณะนี้เหมาะกับพวงหรีดดอกไม้สดโทนขาว ขาวเขียว หรือขาวผสมเหลืองอ่อน ซึ่งดูสำรวมและเข้ากับงานที่มีแขกระดับผู้ใหญ่มาร่วม เลือกแบบและช่วงราคาได้ที่ พวงหรีดดอกไม้สด ส่วนหน่วยงานที่ต้องการให้ของที่ใช้ประโยชน์ต่อได้หลังงาน เช่น ถวายวัดหรือมอบให้โรงเรียนในพื้นที่ เลือกได้ที่ พวงหรีดพัดลม และดูช่วงราคาทุกประเภทเทียบกันได้ที่ หน้าราคาพวงหรีด

ข้อความบนป้ายพวงหรีดในงานลักษณะนี้ควรเขียนอย่างไร

โครงของข้อความยังเหมือนงานทั่วไป คือคำไว้อาลัยหนึ่งบรรทัดและชื่อผู้ส่งหนึ่งบรรทัด แต่เนื่องจากผู้วายชนม์มักเป็นข้าราชการ ผู้บริหาร หรือผู้มีตำแหน่งทางสังคม การเขียนจึงควรให้เกียรติตำแหน่งด้วย เช่น ใช้คำนำหน้าหรือยศตามที่เจ้าภาพใช้ในกำหนดการงาน วิธีที่ง่ายและปลอดภัยที่สุดคือขอกำหนดการหรือข้อความแจ้งข่าวจากต้นทาง แล้วคัดชื่อและตำแหน่งตามนั้นทั้งบรรทัด

ฝั่งชื่อผู้ส่งควรเขียนให้ครอบครัวอ่านแล้วรู้ทันทีว่าใคร หากส่งในนามหน่วยงานให้ใช้ชื่อเต็มของหน่วยงานแทนตัวย่อ หากส่งในนามกลุ่มเพื่อนร่วมรุ่นให้ระบุชื่อรุ่นและสถาบันที่ผู้วายชนม์สังกัด เพราะงานลักษณะนี้มักมีพวงหรีดจำนวนมากและครอบครัวจะบันทึกรายชื่อผู้ส่งไว้เพื่อขอบคุณภายหลัง ชื่อที่คลุมเครือทำให้ตกหล่นได้ง่าย ตัวอย่างถ้อยคำที่ใช้ได้จริงหลายแบบดูได้ที่ ข้อความบนป้ายพวงหรีด

สำหรับฝ่ายบุคคลหรือเลขานุการที่ต้องส่งในนามองค์กร ควรเตรียมข้อความมาตรฐานไว้ล่วงหน้าและกำหนดผู้อนุมัติให้ชัด เพราะข่าวมักมาแบบกะทันหันและมีเวลาตัดสินใจไม่กี่ชั่วโมง ขั้นตอนขออนุมัติ การออกใบเสร็จและใบกำกับภาษี รวมถึงการตั้งงบพวงหรีดประจำปี อ่านได้ที่ สั่งพวงหรีดในนามบริษัท

ทางขึ้นเมรุที่จัดดอกไม้โทนขาวไว้สองข้างสำหรับพิธีฌาปนกิจ

เจ้าภาพต้องเตรียมอะไรเพิ่มจากงานศพทั่วไป

งานที่ได้รับพระราชทานเพลิงมีงานเตรียมเพิ่มขึ้นสามส่วน ส่วนแรกคือเอกสารและการติดตามเรื่องกับต้นสังกัด ซึ่งควรมีคนในครอบครัวรับผิดชอบโดยตรงหนึ่งคนและเก็บสำเนาทุกฉบับไว้ในแฟ้มเดียว ส่วนที่สองคือการเรียนเชิญประธานในพิธีและผู้ทอดผ้าบังสุกุล ซึ่งต้องทำล่วงหน้าและจัดลำดับให้เรียบร้อย เพราะเป็นเรื่องของการให้เกียรติผู้ใหญ่ที่มาร่วมงาน ส่วนที่สามคือการซักซ้อมลำดับพิธีกับทางวัดและพิธีกร เพื่อให้ทุกช่วงเดินตามเวลาที่แจ้งไว้

นอกจากนั้นควรเตรียมกำหนดการงานเป็นเอกสารแจกหรือส่งต่อในกลุ่มไลน์ของครอบครัวและที่ทำงาน ระบุชื่อวัด เลขศาลา วันเวลาสวดแต่ละคืน และเวลาพระราชทานเพลิงให้ชัดเจน ข้อมูลชุดนี้ช่วยได้สองทาง ทางแรกคือแขกวางแผนเดินทางถูก ทางที่สองคือคนที่จะส่งพวงหรีดหรือดอกไม้มีข้อมูลครบพอสั่งได้ทันทีโดยไม่ต้องโทรถามครอบครัวซ้ำในช่วงที่ทุกคนกำลังยุ่ง

เรื่องสุดท้ายที่มักถูกลืมคือแผนหลังเสร็จพิธี ทั้งการเก็บอัฐิในวันรุ่งขึ้น การเตรียมโกศและผ้าขาว และการนัดหมายลอยอังคาร รวมถึงการจัดการพวงหรีดที่เหลือหลังงาน ซึ่งหลายครอบครัวเลือกถวายวัดหรือส่งต่อให้เป็นประโยชน์แทนการทิ้ง ขั้นตอนช่วงหลังพิธีทั้งหมดอ่านได้ที่ เก็บอัฐิและลอยอังคาร และแนวทางจัดการพวงหรีดหลังงานอยู่ที่ พวงหรีดบริจาคและพวงหรีดหลังงาน

ค่าใช้จ่ายของงานพระราชทานเพลิงศพต่างจากงานทั่วไปไหม

โครงสร้างค่าใช้จ่ายไม่ต่างจากงานฌาปนกิจทั่วไป เพราะสิ่งที่ได้รับพระราชทานคือเพลิงหลวง ไม่ใช่การอุดหนุนค่าใช้จ่าย ครอบครัวยังคงจ่ายค่าศาลาต่อคืน ปัจจัยถวายพระ หีบศพ ดอกไม้ อาหารว่างและน้ำดื่มสำหรับแขก รวมถึงค่าฌาปนกิจในวันเผาตามอัตราของวัดเหมือนงานอื่นทุกประการ รายละเอียดทุกหมวดพร้อมช่วงราคาที่พบจริงในกรุงเทพฯ อ่านได้ที่ ค่าใช้จ่ายงานศพในกรุงเทพฯ

ส่วนที่มักเพิ่มขึ้นจริงคือค่าใช้จ่ายที่มาจากขนาดของงานมากกว่าตัวพิธี เพราะงานลักษณะนี้มักมีแขกจากหน่วยงานต้นสังกัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมมากกว่างานทั่วไป ทำให้ต้องเตรียมที่นั่ง เต็นท์ อาหารว่าง และน้ำดื่มเพิ่ม บางครอบครัวยังเพิ่มงานดอกไม้ประดับหน้าหีบและบริเวณเมรุให้เรียบร้อยขึ้นด้วย ซึ่งดูแบบและช่วงราคาได้ที่ ดอกไม้หน้าศพ และ ดอกไม้ประดับเมรุ

หากงบมีจำกัด สิ่งที่ปรับได้โดยไม่กระทบเกียรติของงานคือจำนวนคืนสวดและระดับของอาหารว่าง ส่วนที่ไม่ควรลดคือความเรียบร้อยของพื้นที่พิธีในวันฌาปนกิจ เพราะเป็นวันที่มีแขกผู้ใหญ่มาร่วมมากที่สุด ครอบครัวจำนวนมากเลือกสวดสามคืนแล้วทุ่มงบไปที่วันสุดท้ายแทน ซึ่งเป็นการจัดสรรที่ลงตัวทั้งเรื่องงบและความรู้สึกของผู้มาร่วมงาน

ถ้าไม่ได้รับพระราชทานเพลิงศพ ควรทำอย่างไรต่อ

กรณีคุณสมบัติไม่เข้าเกณฑ์หรือคำขอไม่ได้รับอนุมัติ งานฌาปนกิจยังดำเนินไปได้ตามปกติทุกอย่าง ครอบครัวไม่จำเป็นต้องเลื่อนวันหรือเปลี่ยนวัด สิ่งที่ควรทำคือแจ้งพิธีกรและทางวัดให้ทราบล่วงหน้าเพื่อปรับลำดับพิธีบนเมรุให้เป็นแบบทั่วไป และแก้ข้อความในกำหนดการที่จะส่งให้แขกไม่ให้ระบุคำว่าพระราชทานเพลิง เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในวันงาน

ในทางความรู้สึก ครอบครัวจำนวนมากกังวลว่าจะดูด้อยกว่างานอื่น ซึ่งในความเป็นจริงแขกที่มาร่วมงานให้ความสำคัญกับความเรียบร้อยของงานและการต้อนรับมากกว่ารูปแบบของพิธี งานที่จัดเรียบร้อย ตรงเวลา มีคนคอยดูแลแขก และมีดอกไม้ที่ดูสะอาดตา ให้ความรู้สึกสมเกียรติได้ไม่ต่างกัน ภาพรวมของธรรมเนียมงานศพไทยและที่มาของพิธีต่าง ๆ อ่านเพิ่มเติมได้ที่Funerals in Thailandบนวิกิพีเดีย

ทีมงาน Bangkok Wreath จัดพวงหรีดดอกไม้สดใหม่ทุกวันและส่งถึงศาลาวัดทั่วกรุงเทพฯ ภายใน 2 ถึง 3 ชั่วโมง ไม่ว่างานนั้นจะเป็นงานพระราชทานเพลิงศพหรืองานฌาปนกิจทั่วไป เพียงแจ้งชื่อวัด เลขศาลา วันเวลาที่ต้องการให้ถึง และข้อความบนป้าย ทีมงานจะช่วยตรวจถ้อยคำและเลือกโทนดอกไม้ให้เหมาะกับงาน ส่งรูปจริงให้ดูก่อนออกจากร้านและถ่ายรูปตอนวางหน้าศาลากลับมาให้ทุกครั้ง รายชื่อวัดที่เราส่งบ่อยดูได้ที่ พวงหรีดตามวัดในกรุงเทพฯ และขั้นตอนสั่งทั้งหมดอยู่ที่ วิธีสั่งพวงหรีด

ตรวจสอบข้อมูลโดยทีมงาน Bangkok Wreath · จัดพวงหรีดส่งวัดในกรุงเทพฯ มากกว่า 1,000 งาน · อัปเดตล่าสุด กันยายน 2569

คำถามที่พบบ่อย

ใครมีสิทธิได้รับพระราชทานเพลิงศพ

กรณีปกติได้แก่ ข้าราชการตั้งแต่ระดับ 3 ขึ้นไปหรือเทียบเท่า ทหารและตำรวจชั้นสัญญาบัตร พระสงฆ์ชั้นพระครูสัญญาบัตรขึ้นไป พระราชวงศ์ตั้งแต่ชั้นหม่อมเจ้าขึ้นไป และผู้ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตั้งแต่ชั้นเบญจมาภรณ์ขึ้นไป ส่วนกรณีพิเศษครอบคลุมราชสกุลชั้นหม่อมราชวงศ์และหม่อมหลวง ผู้ได้รับเหรียญราชรุจิ เหรียญกล้าหาญ เหรียญชัยสมรภูมิ และบิดามารดาของข้าราชการระดับ 6 ขึ้นไป

ขอพระราชทานเพลิงศพต้องยื่นที่ไหน

เจ้าภาพหรือทายาททำหนังสือยื่นผ่านกระทรวงหรือหน่วยงานต้นสังกัดของผู้ถึงแก่กรรม จากนั้นต้นสังกัดจะส่งเรื่องไปยังฝ่ายการพระราชทานเพลิง กองพระราชพิธี สำนักพระราชวัง สำหรับงานในต่างจังหวัดยื่นผ่านที่ทำการอำเภอและศาลากลางจังหวัดได้ ควรเริ่มดำเนินการทันทีที่กำหนดวันฌาปนกิจได้

หนังสือขอพระราชทานเพลิงศพต้องระบุอะไรบ้าง

ชื่อ ตำแหน่ง ชั้นยศของผู้ถึงแก่กรรม สาเหตุการถึงแก่กรรม สถานที่และวันเวลาที่เสียชีวิต เครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่เคยได้รับ เครื่องเกียรติยศประกอบศพที่ประสงค์จะขอ และวัน เวลา สถานที่ที่จะประกอบพิธีฌาปนกิจ พร้อมแนบสำเนามรณบัตรและสำเนาใบกำกับเครื่องราชอิสริยาภรณ์

งานพระราชทานเพลิงศพส่งพวงหรีดได้ไหม

ส่งได้ตามปกติ เพราะพวงหรีดเป็นธรรมเนียมของช่วงตั้งบำเพ็ญกุศลที่ศาลา ไม่เกี่ยวกับพิธีบนเมรุ ควรส่งให้ถึงก่อนพิธีสวดคืนแรกเริ่มซึ่งวัดในกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่เริ่มราวหนึ่งทุ่ม ไม่ควรส่งเช้าวันฌาปนกิจเพราะทีมงานกำลังจัดพื้นที่และเคลื่อนศพ

ไปงานพระราชทานเพลิงศพแต่งกายอย่างไร

ข้าราชการนิยมชุดปกติขาวไว้ทุกข์หรือเครื่องแบบตามที่หน่วยงานกำหนด สุภาพบุรุษทั่วไปใช้ชุดสากลสีดำหรือสีเข้มผูกเนกไทดำ หรือชุดไทยพระราชทานแขนยาวสีดำ สุภาพสตรีใช้ชุดไทยหรือชุดสุภาพสีดำ แขนยาว กระโปรงคลุมเข่า รองเท้าหุ้มส้น หากบัตรเชิญระบุการแต่งกายไว้ให้ยึดตามนั้น

ได้รับพระราชทานเพลิงแล้วครอบครัวยังต้องจ่ายค่าจัดงานไหม

ยังต้องจ่ายตามปกติ สิ่งที่ได้รับพระราชทานคือเพลิงหลวงซึ่งเป็นเกียรติแก่ผู้วายชนม์ ไม่ใช่การอุดหนุนค่าใช้จ่าย ครอบครัวยังคงรับผิดชอบค่าศาลาต่อคืน ปัจจัยถวายพระ หีบศพ ดอกไม้ อาหารว่าง และค่าฌาปนกิจตามอัตราของวัดเหมือนงานฌาปนกิจทั่วไป

โทรเลย LINEสั่งผ่าน LINE